Monthly Archives: ธันวาคม 2016

กราฟิกจำลอง “พระเมรุมาศ” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

img_3020

กราฟิกจำลอง “พระเมรุมาศ” ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงามอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และสมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (จากไทยรัฐทีวี)

Share Button

คณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๐ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

dsc_0010

 

วันพฤหัสบดีที่ ๕ ม.ค ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ให้การต้อนรับ นางเตือนใจ สินธุวณิก ประธานคณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ ซึ่งนำคณะกรรมการ ฯ เข้าเยี่ยมคารวะ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๐ ณ ห้องทำงานรองประธาน สปท.คนที่ ๑ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๑

Share Button

ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ณ สนาม หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล (ถ่ายเมื่อ 4 ม.ค.60)

unnamed

ภาพหมู่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน  ณ สนาม หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล (ถ่ายเมื่อ วันที่ 4 มกราคม 2560)

Share Button

เสียงเอกฉันท์! สนช.ผ่าน3วาระรวดแก้พ.ร.บ.สงฆ์ ให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสังฆราช ไม่ยึดติดอาวุโส และมหาเถรสมาคม

640x390_733870_1482988112

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ พ.ศ… ตามที่คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เสนอ โดยมี นายออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาร่วมประชุมเพื่อรับฟังการพิจารณาด้วย

ทั้ง นี้การเสนอแก้เป็นการเสนอแก้ไขมาตรา 7 โดยให้ใช้ข้อความว่า “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสัฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”

ซึ่งพล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงถึงหลักการและเหตุผลว่า เป็นการขอแก้ไข ประเด็นเดียวคือ มาตรา 7 เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช กล่าวคือให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาพระสังฆราช เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ปี 2535 จากเดิม ที่กฎหมายปี 2535 ได้แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การเสนอชื่อเสนอโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม และคำนึงถึงความอวุโสโดยสมณศักดิ์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีและให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

ซึ่งต่อมา สนช. ได้สอบถามนายออมสิน ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลว่า รัฐบาลติดใจที่จำนำร่างพระราชบัญญัติ ไปพิจารณาก่อนหรือไม่ ซึ่งนายออมสินระบุว่าไม่ติดใจและให้ดำเนินการต่อไป สนช. จึงเดินหน้าพิจารณาต่อ

ทั้งนี้นายสมพร เทพสิทธา สนช. ได้อภิปรายสนับสนุน ว่าการให้สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชทำตามอาวุโส ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการสถาปนา เมื่อปัญหาเกิดจากกฎหมายก็ควรแก้ไขกฎหมาย ที่ผ่านมาพระมหากษัติรย์ทรงเป็นเอกอัครรศาสนูปถัมภก จึงสมควรอย่างยิ่งที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา และ ที่ผ่านมา พรมหากษัตริย์ก็ไม่ได้ทรงเลือกจากความอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ การที่กฎหมายปี 2535 กำหนดเช่นนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่าลงยิ่ง สนช. จึงมีหน้าที่แก้ไขให้เหมาะสม และไม่ควรปล่อยให้เรื่องการสถาปนาพระสังฆราชให้เนิ่นนานต่อไป และควรทำให้รีบด่วน และเสนอขอให้ สนช. ประชุมรวดเดียวสามวาระ

สม ชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า กฎหมายปี 2535 เกิดความปราถนาว่าจะได้ไม่มีการตีความว่าจะใช้ความอาวุโสทางพรรษาหรืออาวุโส ทางสมณศักดิ์ แต่ต่อมาก็เกิดปัญหาติดล็อกว่าต้องใช้ความอาวุโสโดยสมณศักดิ์เท่านั้น เมื่อเราทราบปัญหาจึงต้องแก้ เช่นเดียวกับทางโลก หากยึดหลักอาวุโสโดยสมณศักดิ์ อธิบดีก็ไม่สามารถเป็นปลัดได้ เพราะต้องให้รองปลัดเป็นก่อน เช่นเดียวกับ 5 เสือ เหล่าทัพ ก็ต้องเรียงอาวุโสตาม รองหนึ่ง รองสอง ผู้ช่วย หรือเสธ. ดังนั้นต้องพิจารณาหลายคุณสมบัติ เราจึงได้ ผบ.ทบ. จากผู้ช่วย ผบ.ทบ. ไม่ใช่ได้จาก รอง ผบ.ทบ. เสมอไป ไม่อย่างนั้นคนที่เป็นรองก็ไม่ต้องทำอะไร รอวันได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ทบ. อย่างเดียว

“การแก้เช่นนี้ไม่ได้ไปตัดหรือกีดกันผู้หนึ่งผู้ใด หรือตัดผู้หนึ่งผู้ใด” นายสมชายระบุ

นาย ตวง อัณทะไชย สนช. กล่าายกตัวอย่างสมัย ร.4 และ ร.5 เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สังฆราชองค์ที่7 สิ้นพระชนม์ รัชกาล 4 ก็ไม่ตั้งพระสังฆราชตลอดรัชกาลของพระองค์ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจ จนถึงรัชกาล ที่5 จึงมีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช นี่คืออำนาจของพระมหากษัตริย์โดยแท้จริง แต่มาผิดเพี้ยนโดยกฎหมายปี 2535 เหมือนมาเขียนล็อกว่าต้องเป็นคนนี้ ทำให้เป็นปัญหาทางปฏิบัติ ดังนั้นจึงต้องแก้ มาตรา 7 เพื่อเป็นการถวายคืนพระราชอำนาจ

จากนั้นจึงเป็นการลงมติในวาระที่ 1 (วาระรับหลักการ) โดยมีเสียงรับหลักการ 184 เสียง ไม่รับ 0 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง
ต่อ มา นายสมชาย แสวงการ สนช. เสนอให้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ โดยไม่มีใครแย้ง และไม่มีผู้อภิปรายในวาระสอง (วาระแปรญัตติ)
จากนั้นจึงมีการลงมติในวาระที่ 3 (ลงมติเห็นชอบหรือไม่) โดยที่ประชุมมีมติ เอกฉันท์ เห็นชอบ 182 เสียง ไม่เห็นชอบ งดออกเสียง 6 เสียง

Share Button

“บิ๊กตู่” เผย “ป๋าเปรม” ถาม แผนการทำงานปี 60 ยอมรับอยู่ต่อต้องเหนื่อยต่อ ขอแค่ประชาชามีความสุข

s__11542576

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเข้าพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กว่า 15 นาที ในโอกาสนำคณะเข้าอวยพรปีใหม่ว่า เป็นการพูดคุยธรรมดา โดย พล.อ.เปรม ถามว่าปี 2560 มีแผนการทำงานอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการคุยถึงการทำงานในปีสุดท้ายของโรดแมปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยถึงเรื่องโรดแมปแต่คุยเรื่องการทำงาน อย่าไปจับจ้อง เราทำตามขั้นตอน ปี 2560 เป็นปีของการปฏิรูป ที่ทำมาโดยตลอด ดังนั้นจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น โดยรวบรวมทั้งหมดที่ทำไปแล้วและทำต่อ เริ่มต้นการตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปขึ้นมา ไล่ดูงานให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังต้องการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนร็ว่าได้ทำไปแล้ว นำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่เสนอ 138 เรื่อง มาจัดกลุ่มงานกิจกรรมให้เล็กลง เน้นเรื่องการดูแลประชาชนฐานราก เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับล่างให้ได้ โดยมี เช่น โอทอป เพิ่มรายได้ “คือให้ทำเหนื่อยน้อย แต่รายได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องไปทำเรื่องข้างบน เรื่องไทยแลนด์ 4.0 สร้างรายได้มาดูแล ดังนั้น อย่าไปบอกว่าประเทศไทยทั้งหมดจะไป 4.0 เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องค่อยๆไป ที่เหลือคือการให้ความรู้พัฒนาตัวเอง วันนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้าไปสู่สังคมเศรษฐกิจ 4.0 คือการพัฒนาอุตสาหกรรม เพิ่มการผลิต เครื่องมือ เครื่องจักร สร้างนวัตกรรม สังคมต้องเป็นสังคมการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และแรงงานต้องไม่ใช้แรงงานธรรมชาติออย่างเดียว แต่ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ระบุว่านายกฯต้องเหนื่อยต่อไปอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็นี่ไง ปีหน้าก็ต้องเหนื่อยอีกแล้วไง เพราะยังอยู่จึงต้องเหนื่อยต่อ ถ้าใช้คำว่าไม่เหนื่อยต่อ ก็เลิกวันนี้สิ ตีความให้มันเข้าท่าหน่อยสิ” เมื่อถามว่าที่ พล.อ.เปรม บอกว่าให้ภารกิจสิ้นสุดโดยเร็วเท่าที่จะทำได้นั้น หมายถึงเป็นไปตามกำหนดไว้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกอาการหวุดหวิดก่อนกล่าวว่า “คุณก็ย้ำแต่กำหนดการของคุณนั่นแหละ ฟังป๋าพูดดีกว่า ประชาชนเขามีความสุขเพียงพอแล้วหรือยัง และขั้นตอนการดำเนินการตามโรดแมปไว้นั้น มันจบหรือยัง ก็ว่าไปตามนั้น ทำไมจะต้องสนใจกันหนักหนา ทำไมเดือนร้อนอะไรหนักหนา ถามประชาชนเขาบ้างสิ เขาได้อะไรกลับไปบ้าง อย่าไปถามนักการเมืองอย่างเดียว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาหาป๋าแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่เคยเหนื่อยอยู่แล้ว ผมเหนื่อยกับการตอบคำถามมากว่า”

Share Button

เลขานุการและโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แถลงข่าวรายงานผลการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

unnamed-6

วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๙เวลา ๑๒.๓๐ นาฬิกาณ บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา ๑นายคำนูณ สิทธิสมานเลขานุการและโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แถลงข่าวรายงานผลการประชุมของคณะกรรมาธิการฯซึ่งได้มีการกำหนดระเบียบวาระการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดังนี้

– วันจันทร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๙ ที่ประชุมมีมติให้งดการประชุม เพื่อให้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการได้อย่างเต็มที่
– วันอังคารที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ มีวาระการพิจารณารายงานการปฏิรูป จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้

๑. พิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเรื่อง “การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิดทางอาญา (เหยื่อหรือผู้เสียหาย) และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายในคดีอาญา พ.ศ. ….”

๒. พิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจเรื่อง “การจัดการข้าวโดยระบบสหกรณ์”

๓. พิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจเรื่อง “ต้นแบบเมืองข้าว(Rice City) จังหวัดกาฬสินธุ์

Share Button

 ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนรับยื่นหนังสือ เรื่องการจัดทำร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน

unnamed-5

วันพฤหัสบดีที่๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๙เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกาณ บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา ๑พลอากาศเอก คณิตสุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนรับยื่นหนังสือ เรื่องการจัดทำร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน จากนายวันชัยวงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปและคณะเนื่องจากองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน๖ องค์กร ประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย  ได้หารือร่วมกันแล้วมีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ….ที่คณะกรรมาธิการฯกำลังพิจารณาอยู่นั้นมิได้อยู่บนพื้นฐานหลักการของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน แต่กลับเน้นหลักการควบคุมสื่อมวลชน โดยใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่โดยอิสระของสื่อมวลชน และไม่สอดคล้องกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ผ่านการลงประชามติ ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้สื่อมวลชนกำกับดูแลกันเองโดยอิสระและปราศจากการแทรกแซงจากรัฐ ทั้งนี้ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนพ.ศ. …. มายังคณะกรรมาธิการฯ เพื่อพิจารณาประกอบการเสนอกฎหมายที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญและการธำรงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบไป

Share Button

รัฐสภา ร่วมกิจกรรมกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพพลานามัย ตามนโยบายรัฐบาล

unnamed-1

วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ณ บริเวณลานหน้าอาคารรัฐสภา ๒ ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่หนึ่ง นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่สอง นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง พร้อมด้วยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมกิจกรรมกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพพลานามัย ตามนโยบายรัฐบาล

unnamed-3

unnamed-4

Share Button

คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

unnamed-1


“สปท. ขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสถิติแห่งชาติ
เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพ”

ข้อมูลสถิติถือเป็นข้อมูลสำคัญและเป็นต้นน้ำแห่งองค์ความรู้ที่จะนำไปสู่การกำหนดโยบาย ยุทธศาสตร์ การวางแผน การตัดสินใจ การติดตามและการประเมินผลการดำเนินการของภาครัฐ รวมทั้งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของภาคเอกชนและภาคประชาชน จากความสำคัญดังกล่าวคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน จึงได้หยิบยกประเด็นการปฏิรูประบบสถิติขึ้นพิจารณาศึกษา พร้อมจัดทำรายงาน เรื่อง “การปฏิรูประบบสถิติแห่งชาติเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน” โดยคณะกรรมาธิการได้เสนอรายงานดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งที่ ๖๓/๒๕๕๙ เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๙ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการและมีมติให้คณะกรรมาธิการปรับปรุงแก้ไขรายงานตามความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก สปท. ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบว่า ระบบสถิติของประเทศไทยในปัจจุบันยังมีปัญหาในหลายด้าน ได้แก่ ๑) ขาดความเป็นเอกภาพในการทำงานด้านสถิติ เนื่องจากมีการจัดเก็บข้อมูลสถิติโดยหลายหน่วยงานและขาดรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและมีความแตกต่างกัน ๒) บุคลากรด้านสถิติยังขาดประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการระบบสถิติและการบริหารจัดการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ๓) ขาดการนำข้อมูลสถิติมาใช้เพื่อการกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินงาน และผู้บริหารระดับสูงของบางหน่วยงานขาดความตระหนักถึงความสำคัญของการนำข้อมูลสถิติมาใช้ประโยชน์ ๔) ขาดหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการติดตามตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสถิติที่สถาบันจัดอันดับนานาชาตินำไปใช้ส่งผลให้การจัดอันดับขีดความสามารถของในประเทศในบางกรณีตกต่ำ เนื่องจากขาดข้อมูลหรือข้อมูลไม่ทันสมัย

ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวคณะกรรมาธิการจึงได้เสนอให้มีการปฏิรูประบบสถิติเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน ดังนี้

๑. พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางระดับชาติ โดยให้สำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นศูนย์ข้อมูลสถิติแห่งชาติเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลางสารสนเทศของภาครัฐ รวมทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการสถิติแห่งชาติ

๒. พัฒนาระบบฐานข้อมูลในระดับกระทรวง/กรม/จังหวัด โดยกำหนดให้มีโครงข่ายสารสนเทศของประเทศในการกำหนดกรอบและขอบเขตของข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานในภาครัฐต้องรับผิดชอบ และให้มีการจัดตั้งกลุ่มงานสารสนเทศในส่วนราชการต่าง ๆ พร้อมทั้งการจัดสรรอัตรากำลังผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าว

๓. พัฒนาสมรรถนะบุคลากรภาครัฐในด้านสถิติและสารสนเทศ เพื่อให้บุคลากรมีทักษะ
ในการจัดการข้อมูลสถิติและสารสนเทศตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานทางสถิติของประเทศ

๔. จัดทำงบประมาณแบบบูรณาการด้านสถิติและสารสนเทศ โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับกระทรวง/กรมต่าง ๆ
การปฏิรูปในเรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศไทยมีระบบข้อมูลสถิติแห่งชาติเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและบริการประชาชนที่มีมาตรฐาน สามารถนำไปใช้ประกอบการบริหารงานและพัฒนาประเทศ ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐและได้รับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนและทันสมัย เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลการบริหารราชการแผ่นดินและบริการประชาชนที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง อันเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาประเทศภายใต้ข้อมูลเดียวกัน

Share Button

กก.เสียงปฏิรูปประเทศฯ เผยแพร่ 9 บทเพลงถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9

01

วันนี้ (20 ธ.ค.) ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 พร้อมด้วยนางเตือนใจ สินธุวณิก ประธานคณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ แถลงว่า คณะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ ในนาม สปท. ได้ประพันธ์เพลงไพเราะเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ พร้อมจัดทำเป็นมิวสิกวิดีโอจำนวน 9 บทเพลง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เพื่อนำออกเผยแพร่ทั้งทางสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ทั่วประเทศทุกสถานีต่อไป ทั้งนี้ มีนายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร อดีตนักร้องชื่อดัง ในฐานะกรรมการโครงการเสียงปฏิรูปประเทศ เป็นประพันธ์คำร้องและทำนอง และเรียบเรียงเสียงประสาน ทั้ง 9 บทเพลง ได้แก่ 1. พ่อมองเราลงมาจากฟ้า 2. บ้านของหัวใจ (เสียงร้องเด็กผู้หญิง) 3. เห็นด้วยหัวใจ 4. ต้นไม้แห่งความรักของพ่อ 5. บ้านของพ่อ 6. พ่อคือบ้านของหัวใจ (เสียงร้องเด็กผู้ชาย) 7. ทำดีเพื่อพ่อลูกขอสัญญา 8. ไม่อยากให้พ่อเหนื่อย และ 9. ต้นไม้แห่งความรัก โดยจะมีการอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ www.reformvoice.com เพื่อเผยแพร่ให้สื่อทั้งในและต่างประเทศพร้อมพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกมุมโลกได้ร่วมรับฟังและช่วยกันเผยแพร่ต่อไปโดยไม่สงวนลิขสิทธิ์ด้วย

02

03

559000013086606

559000013086607