Monthly Archives: มีนาคม 2017

“อลงกรณ์” มอบ ๔ส.ปีใหม่ไทย

aaa

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง กล่าววันนี้ (๑๒ เมษายน ๒๕๖๐) อวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ว่า ขอมอบ ๔ส.ให้ทุกคนเนื่องในวันปีใหม่ไทย คือขอให้มีความ”สุข” “สมหวัง” “สุขภาพ”แข็งแรง และร่วมพลัง”สร้างไทยแลนด์ 4.0” เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศชาติและคนไทยทุกคนโดยร่วมกันปฏิรูปประเทศให้ก้าวหน้าทันสมัยและก้าวข้ามความความแตกแยกขัดแย้งสู่ความสงบสันติตลอดปีใหม่และตลอดไป

สปท.พร้อมทุ่มเททำงานเพื่อให้ปี ๒๕๖๐ เป็นปีแห่งการปฏิรูปและวางรากฐานใหม่ให้กับประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนสืบไป.

Share Button

รายงานการติดตามความคืบหน้าเรื่องที่เสนอการปฏิรูป ข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ วันที่ 5 เมษายน 2560

report_110460

รายงานการติดตามความคืบหน้าเรื่องที่เสนอการปฏิรูป ข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ วันที่ 5 เมษายน 2560

Download PDF File 20151205_566242c218cd9

Share Button

“อลงกรณ์” แนะ 3 แนวทาง ใช้ ม.44 เน้น ปฏิรูปทำเรื่องเชิงยุทธศาสตร์ ชี้ ยังไม่ถึงเวลาพรรคทำกิจกรรม

Snapseed-768x533

เมื่อวันที่ 10 เมษายน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวถึงการใช้อำนาตตามมาตรา 44 หลังรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 บังคับใช้ว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่นั้น คิดว่าควรเป็นไปใน 3 แนวทางหลักๆ นั่นคือ 1.เป็นไปเพื่อการปฏิรูปประเทศ 2.เป็นไปเพื่อการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องกับเมกะโปรเจ็กต่างๆที่ติดล่มจมปักมานาน จะทำให้ประเทศเคลื่อนหน้าไปได้เร็วขึ้น และ 3.เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ส่วนการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองนั้น ตนคิดว่า ในทางนิตินัย คงต้องรอให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้เสียก่อน แต่ในทางพฤตินัยตนก็เห็นพรรคการเมืองต่างๆได้พบปะประชุมกันอยู่ตลอด โดยไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคขัดขวาง ดังนั้น คิดว่า ในห้วงเวลาที่กำลังรอกฏหมายพรรคการเมืองอยู่ พรรคการเมืองควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการปฏิรูปตัวเอง สร้างความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพราะถ้าพรรคการเมืองสามารถปฏิรูปตัวเองได้จะเป็นประโยชน์ต่อระบบการเมืองเป็นอย่างมาก

Share Button

สปท.ถกปมร้อนลดวาระกำนัน สายอดีตผู้ว่าฯรุมต้านข้อเสนอ โหวตผ่านฉลุยให้ครม.ดำเนินการต่อ

q

ต่อมาเวลา 13.15 น. มีการประชุมสปท. มีน.ส.วลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธานสปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เรื่อง “ข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2557 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตำแหน่งกำนัน วาระการดำรงตำแหน่งกำนัน และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน และร่าง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่…) พ.ศ…..” มีสาระสำคัญคือ การลดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนันจากเดิมให้อยู่ในตำแหน่งจนถึงอายุ 60ปี เหลือให้ดำรงตำแหน่งวาระละ 5ปี โดยให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนที่เลือกจากผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นๆที่ลงสมัครรับเลือกเป็นกำนัน ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 5ปี ไม่จำกัดวาระ เพื่อให้กำนันที่ได้รับเลือกจากประชาชนได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ ไม่เกิดการผูกขาดอำนาจและสั่งสมอิทธิพลในพื้นที่ รวมทั้งการให้ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่บ้านทุก 3ปี จากเดิม 5ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกสปท.ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสปท.สายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ นายปรีชา บุตรศรี นายศานิตย์ นาคสุขศรี นายธงชัย ลืออดุลย์ นายธวัชชัย ฟักอังกูร ต่างอภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงานของกมธ.การเมือง ที่เสนอให้กำนันอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5ปี เพราะจะสร้างความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายประชาชนในพื้นที่เป็นกลุ่มๆ จึงไม่อยากให้นำเรื่องการเมืองระดับชาติมาเชื่อมโยงกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยวาระการทำงาน 5ปี เป็นการทำงานที่สั้นเกินไป ทำให้ไม่มีความต่อเนื่องในการทำงาน ควรให้อยู่ในตำแหน่งถึงอายุ 60ปีตามเดิม ยิ่งให้เลือกตั้งบ่อยๆจะยิ่งสิ้นเปลืองงบประมาณ

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานสปท.การเมือง กล่าวว่า ยืนยันว่า ข้อเสนอสปท.การเมืองกลั่นกรองมาอย่างรอบคอบ ขอให้สมาชิกสปท.ถอดหัวโขนเดิมออก แล้วทำหน้าที่ตัดสินใจแทนประชาชน จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สปท.พร้อมปกป้องผลประโยชน์คนทั้งประเทศหรือไม่ แต่จะตัดสินใจอย่างไรตนพร้อมยอมรับผลการตัดสิน แต่ขอยืนยันว่า หากไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยึดติดแนวคิดเดิมการปฏิรูปจะเกิดไม่ได้ หากปล่อยให้กำนันอยู่ในอำนาจแบบผูกขาดถึงอายุ 60 ปี ถ้าได้คนไม่ดีมาเป็นกำนันจะทำอย่างไร แต่ถ้าให้อยู่ในวาระครั้งละ 5ปี จะทำให้กำนันมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากกว่า และการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้สังคมแตกแยก ถ้าเลือกแล้วจบ ยอมรับกติกา ก็จะไม่เกิดความแตกแยก

นายวิทยา แก้วภราดัย สปท.การเมือง กล่าวว่า เป็นผู้เสนอแนวคิดให้กำนันอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5ปี ที่ผ่านมาข้อเสนอใดที่ไปกระทบกับกระทรวงมหาดไทยมักมีปัญหาทุกครั้ง แต่แนวทางที่กมธ.เสนอเป็นวิธีประนีประนอมที่สุด ถ้ากำนันทำงานดี จะได้รับการเลือกตั้งต่อไปเรื่อยๆ และแก้ปัญหาการเข้าสู่ตำแหน่งกำนันที่แลกด้วยผลประโยชน์ คนที่ออกมาคัดค้านวันนี้บางคนเคยพูดกับตนว่า เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่สมุย หมดไป 7 ล้านบาท ดังนั้นจึงขอให้สปท.กล้าปฏิรูป
ทั้งนี้หลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบรายงานฉบับดังกล่าวด้วยคะแนน 91ต่อ27 งดออกเสียง 32 โดยให้ส่งรายงานความเห็นให้ครม.รับไปดำเนินการต่อไป

Share Button

“อลงกรณ์” แจง 3 แนวทาง ถก เปเปอร์ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”

unnamed

เมื่อวันที่ 9 เมษายน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านได้มายื่นหนังสือแสดงความคิดเห็นต่อการปรับปรุงกฏหมายดังกล่าวแล้ว โดยตนได้ส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาแล้วเช่นเดียวกัน

ส่วนการพิจารณาขอเสนอแนะเรื่องการปรับปรุงพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ที่เกี่ยวข้องกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ของสปท.ในวันที่ 10 เมษายนนี้ สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยจะเห็นด้วยกับข้อเสนอหรือไม่ อยากให้รอผลการพิจารณาของที่ประชุมสปท.ก่อน เพราะยังถือว่าเป็นเพียงข้อเสนอของกมธ.การเมืองอยู่ ยังไม่ได้เป็นมติของสปท. โดยแนวทางในการพิจารณาของสปท.ยังมี 3 ทางออก คือ 1.ที่ประชุมเห็นด้วย 2.ที่ประชุมไม่เห็นชอบ หรือ 3.อาจจะให้นำกลับไปทบทวนแก้ไข ทางใดทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีดังกล่าวกำนันผู้ใหญ่บ้านถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับข้อเสนอดังกล่าวโดยตรง ทางสปท.ยินดีตามข้อร้องขอที่ทางสมาคมฯจะนำตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านมาเข้ามารับฟังการประชุม โดยสปท.เปิดกว้างเต็มที่ในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศอยู่แล้ว เหมือนกับการประชุมสภาฯปกติที่ประชาชนสามารถเข้าร่วมรับฟังได้

Share Button

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

35-3

เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 6 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ หน้าพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ มหาดเล็กรัวกรับ เวลา 15.08 น. ชาวม่านเปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต สมาชิกสภานิติบัญญัติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามตำแหน่งเป็นมหาสมาคม เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น เวลา 15.11 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยลงในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทั้งหมด 3 ฉบับ แล้วพระราชทานแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
เจ้าพนักงานอาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไปประทับพระราชลัญจกร แล้วเชิญไปประดิษฐานบนพานทองสี่เสาบัวหน้ามหาสมาคม

ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอ่านกระแสพระราชปรารภประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

จากนั้น ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัด และวัดทั่วราชอาณาจักรย่ำระฆังและกลอง
ครั้นสิ้นเสียงปืนใหญ่ มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตร มโหระทึก วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับ

Share Button

“อลงกรณ์”เชื่อ รัฐธรรมนูญฉบับถาวร จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น วอน พรรคการเมือง ร่วมมือปฎิรูปประเทศ

unnamed

เวลา13.00น.ที่รัฐสภาฯ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางประเทศหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ว่า ประเทศจะเริ่มเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ทุกอย่างจะดีขึ้น รวมทั้งจะได้เห็นผลพวงจากการปฏิรูปประเทศที่สปท.ร่วมทำมาประมาณ2ปีเศษ ส่วนที่ถามว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้วจะเกิดการเปลี่ยนโฉมทางการเมืองเลยหรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่การปฏิรูปได้นั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมือง นักการเมือง คงไม่มีกฎหมายใดที่จะทำให้พรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ พรรคการเมือง นักการเมืองต้องตื่นรู้ ร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์แนวทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมามีคำถามว่า ยามมีประชาธิปไตยในอ้อมกอด ทำไมจึงรักษาไม่ได้ เงื่อนไขรัฐประหารล้วนมาจากวิกฤตการเมือง ปัญหาการคอรัปชั่น ดังนั้นเมื่อมีรัฐธรรมนูญที่เรียกกันว่า ฉบับปฏิรูปประเทศ ฉบับปราบโกง ได้รับการออกแบบปิดช่องว่างทางการเมือง วางรากฐานปฏิรูป เพื่อจะทำให้เราตั้งหลักตั้งลำได้ แต่เราคงไม่พอเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการนำประเทศไปสู่เหมือนประเทศพัฒนาแล้ว จึงต้องอาศัยพรรคการเมือง นักการเมือง ในการนำพาประเทศไปสู่ความยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ20ปี

เมื่อถามถึงวาระการทำงานของสปท.ที่จะสิ้นสุดลงในเร็ววัน นายอลงกรณ์กล่าวว่า สปท.จะสิ้นสุดเมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมายปฏิรูปประเทศ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอยู่ที่สนช.พิจาณา ที่อาจจะพิจารณา 60วัน 90วันก็ได้ แต่อยู่ภายในกรอบ120วัน ช้าหรือเร็วต้องพ้นหน้าที่ อย่างไรก็ดีสปท.จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นำพาประเทศไปสู่โรดแม็ปให้ได้ และต้องขึ้นอยู่กับความปรองดองที่ปยป. กำลังดำเนินการอยู่ด้วยในการนำพาประเทศไปสู่ความสามัคคี ไม่ให้สถานการณ์กลับไปซ้ำรอยเดิมอีก แต่ทั้งนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วย

เมื่อถามว่าอาจจะมีสมาชิกสปท.ลาออกไปเพื่อเตรียมลงเลือกตั้ง นายอลงกรณ์กล่าวว่า คนจะลาออกเพื่อลงเลือกตั้งคงมีบ้าง คงเป็นนักการเมืองที่มาจากพรรคการเมืองที่เป็นสปท. ถือเป็นสิทธิ์ ไม่มีผลกระทบต่อสปท.

Share Button

ด่วนที่สุด !!! นายกฯสั่งเลื่อนจับปรับรถกระบะ – ไม่จับคนนั่งหลังไม่คาดเข็มขัด ใช้ตักเตือนแทน

IMG_6453

พลตำรวจโทวิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้มีการตรวจจับผู้ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยและผู้ใช้รถกระบะผิดประเภท พบว่ามีปัญหาในการจับกุมและประชาชนยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับกฎหมายดังกล่าวได้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าวเลื่อนการจับปรับผู้ที่ใช้รถกระบะผิดประเภทในทุกกรณี

แต่ยังต้องมีการตรวจสอบตั้งด่านต่อไป แต่จะไม่เปรียบเทียบปรับ แต่จะใช้การตักเตือนไปก่อนจนถึงช่วงหลังสงกรานต์ ส่วนการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจะให้ทำการเปรียบเทียบปรับคนขับและผู้โดยสารที่นั่งด้านข้าง แต่ผู้โดยสารที่นั่งด้านหลังจะเลื่อนการจับปรับออกไปก่อนและจะใช้การตักเตือนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ จะมีการพูดคุยหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องการใช้รถกระบะผิดประเภท และปัญหาเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัยกันอีกครั้ง คาดว่า จะสามารถจับปรับได้ในช่วงหลังสงกรานต์ ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไปก่อนถึงแม้จะไม่มีการจับเปรียบเทียบปรับก็ตาม

Share Button

นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมมือขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณากรอบความร่วมมือในการเป็นผู้นำการปฏิรูปขององค์กรเครือข่ายตาม MOU (๗๑ องค์กร)

unnamed

วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกาณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข ๒๑๓-๒๑๖ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๒ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมมือขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณากรอบความร่วมมือในการเป็นผู้นำการปฏิรูปขององค์กรเครือข่ายตาม MOU(๗๑ องค์กร) ครั้งที่ ๒ และพิจารณาความร่วมมือของเครือข่ายต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป)

unnamed (1)

unnamed (2)

unnamed (3)

Share Button

นายคำนูณ สิทธิสมานเลขานุการและโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแถลงข่าว ผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2560

S__14508042

วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐เ วลา ๑๓.๑๕ นาฬิกาณ บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา ๑ นายคำนูณ สิทธิสมานเลขานุการและโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแถลงข่าว ผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดยที่ประชุมได้กำหนดระเบียบวาระการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศวันจันทร์ที่ ๓เมษายน ๒๕๖๐ ซึ่งจะพิจารณารายงานการปฏิรูป ดังนี้๑. แนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนวาระกระปฏิรูปที่สำคัญและเร่งด่วน ๒๗วาระ ในปี ๒๕๖๐กลุ่ม “เศรษฐกิจอนาคต”จำนวน ๒ เรื่อง คือ เรื่อง“เศรษฐกิจชีวภาพ” และเรื่อง “เศรษฐกิจดิจิทัล”๒. พิจารณารายงานการปฏิรูปขอคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเรื่อง “การปฏิรูปการจัดการดูแลพัฒนาและจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีมาตรฐานและเอกภาพ

Share Button