Monthly Archives: พฤษภาคม 2017

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุเสด็จมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์และทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

unnamed (2)

วันอังคารที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวหน้าอาคารรัฐสภา ๑ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุเสด็จมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์และทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยมีศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่หนึ่ง นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภาพร้อมด้วยข้าราชการทั้งสองสำนักงานฯรอรับเสด็จฯ

Share Button

“บิ๊กตู่” สั่ง ผบ.เหล่าทัพต่อยอดงานวิจัยของ มอ.นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับงาน รณรงค์ร่วมกับเยาวชนอาเซียนลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ ก่อนฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์

9A7F7A4E484B44FFA218794F3B7BF8EF

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 พ.ค.ว่า เมื่อเวลา 09.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม.ซึ่งในวันนี้พล.อ.ประวิตร เดินทางเข้าร่วมประชุมแล้ว หลังหยุดยาวเพื่อรักษาอาการป่วย ทั้งนี้ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงกลาโหม รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารเรือ
ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มารับฟังและดูผลงานการวิจัยของคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่คิดค้นและวิจัยนวัตกรรมต่างๆ ที่สามารถจัดซื้อและนำไปต่อยอดใช้ในกองทัพได้ อาทิ ระบบติดตามรถขนส่งมวลชนสาธารณะแบบประจำทาง ที่เป็นผลงานการออกแบบระบบสมองกลฝังตัวและประยุกต์ใช้งานในการติดตาม ระบบไฟสองสว่างท้องถนนหรืออาคาร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เหล่าทัพ นำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในกองทัพให้เกิดประโยชน์ โดยที่เหล่าทัพจะนำไปผลิตเอง หรือ จ้างเอกชน ให้ดำเนินการก็ได้

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับตัวแทนเยาวชนจากประเทศอาเซียนที่มารณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลกซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี
โดยกล่าวกับเยาวชนว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนลดนักสูบหน้าใหม่ให้ได้ พร้อมย้ำการเดินหน้าประเทศจะต้องไม่มีความขัดแย้งขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ เช่นเดียวกันกับประเทศอาเซียนที่ต้องถูกยอมรับอย่างมีศักยภาพ ซึ่งรัฐบาลนี้ยินดีที่จะสนับสนุนและเดินหน้าประเทศไปสู่ในอนาคต

จากนั้นได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ละลึกกับกลุ่มเยาวชนอาเซียนและเซลฟี่รวมกับเยาวชนอย่างเป็นกันเอง

ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุข ได้นำแพทย์พยาบาลมาบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคใครหวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยโรคใครหวัดใหญ่จะพบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวมักจะเกิดในผู้สูงอายุ เด็กคนที่มีโรคประจำตัวถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงมักจะมีอาการรุนแรงเนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำเกิด จนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ อาจทำให้เสียชีวิตซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นอีกมาตรการในการป้องกันโรคใครหวัดใหญ่

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกระเซ้าว่า ” มือเบา จะเบิ้ลอีกเข้มก็ได้นะ” แพทย์ที่ทำการฉีดวัคซีนให้ กล่าวชี้แจงว่า “เข็มเดียวป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์แล้ว”

นอกจากนี้ ก่อนขึ้นประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายเซลฟี่ร่วมกับพยาบาล พร้อมกระเซ้าว่า “ยิ้มกันแบบนี้แสดงว่าได้บรรจุกันหมดแล้วซิ”

Share Button

สปท.เห็นชอบรายงานปฏิรูปการเมือง เสนอแก้รธน.ทุก 10 ปี ทำสัญญาประชาคมสร้างปรองดอง

2010B47AF2E64F2CB650187CE55CF46E

ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเสียงข้างมาก 158 ต่อ 2 เห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. เรื่อง “ข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นยุทธศาสตร์ชาติ” โดยมีสาระสำคัญดังนี้

การปฏิรูปการเมืองควรจัดทำยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางการเมือง เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายที่จะทาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีความมั่นคงทางการเมือง มีสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ ที่เป็นเสาหลักของประเทศที่มีความเข้มแข็ง มีระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่มีเสถียรภาพ ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ควรต้องดำเนินการภายใต้แนวทาง 3 ประการ

1.ให้มีการทบทวนปรับแก้รัฐธรรมนูญ เสนอให้ในระยะเวลาเมื่อครบ 10 ปี นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้บังคับ ให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการจากฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทำหน้าที่ในการทบทวนการตรวจสอบการใช้รัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้มีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทันสมัยและสอดคล้องกับเหตุการณ์และสถานการณ์ของบ้านเมืองตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 255 และมาตรา 256 บัญญัติไว้ เพื่อความมั่นคงทางการเมือง

2.ระบบคุณธรรม หมายถึง ระบบที่จัดลำดับความสำคัญสูงสุด เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้ง องค์กรอิสระและตุลาการการเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าวควรเป็นไปตามระบบคุณธรรม ซึ่งหมายความรวมถึง คุณธรรมที่เป็นเรื่องความดีด้วยเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากลักษณะวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ (Patronage System) ไปสู่ระบบคุณธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุถึงเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางการเมืองตามยุทธศาสตร์ชาติ

3. ระบบความชอบธรรม หมายถึง การยอมรับในการมีอำนาจและการใช้อำนาจในการปกครอง ไม่ใช่การให้ประชาชนยอมรับในอำนาจเพราะความกลัว หรือเพราะได้รับผลประโยชน์ แต่เพราะยอมรับ กติกาของรัฐ ที่ใช้ใน การควบ คุม สังคม ว่ามีอยู่จริงและเป็นสิ่งถูกต้อง ความชอบธรรมจึงเกี่ยวกับการประเมินความดีงามของการใช้อำนาจ ประสิทธิภาพในการใช้อำนาจ และความยุติธรรมของอำนาจทางการเมือง ดังนั้น ความชอบธรรมของรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้จากการบริหาร การพัฒนาประเทศการจัดการการแก้ไขปัญหาการบริหารประเทศ

นอกจากนี้ ควรดำเนินการการสร้างความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ ให้มีมาตรการการป้องกันความขัดแย้งในอนาคตและแก้ปัญหาโดยสันติวิธี โดยให้มีการทำสัญญาประชาคมร่วมกันของพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อให้เกิดความปรองดองกับคนในชาติ

สำหรับเนื้อหาสาระที่จะทำเป็นสัญญาประชาคมในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นควรคำนึงถึงข้อตกลงที่ประชาชนและรัฐที่มีต่อสาธารณชนทั่วไป ซึ่งต้องประกอบด้วย 1.ประชาชนตกลงร่วมกันดำรงจงรักภักดีและรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ 2.ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต มีความพอเพียง มีความขยันหมั่นเพียร มีคุณธรรมจริยธรรมและจะปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด 3.สนับสนุนและร่วมมือกับรัฐ ในการทาให้สังคมและเศรษฐกิจดีขึ้น

4.จะร่วมมือกันในการทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่สร้างความขัดแย้งหรือสร้างความแตกแยกในมวลหมู่ประชาชน 5.จะสนับสนุนและร่วมมือ ให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมจะยอมรับผลการเลือกตั้ง และตกลงจะมีส่วนร่วมในทางการเมือง ด้วยการสนับสนุนพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชน เสนอสนับสนุนหรือสมัครเป็นตัวแทนจากประชาชนเข้าสู่เส้นทางการเมือง รวมทั้งจะไม่กระทำความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง และจะไม่เสนอแนวนโยบายที่สร้างปัญหาและภาระให้กับงบประมาณแผ่นดิน 6. จะให้ความร่วมมือ สนับสนุนรัฐในการปกป้องและรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ และ7.จะไม่กระทาการใดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น

ทั้งนี้ ภายหลังสปท.ลงมติเห็นชอบแล้วจะดำเนินการส่งให้กับคณะรัฐมนตรีต่อไป

Share Button

“อลงกรณ์”ชี้คำถาม4ข้อไม่มีนัยยะเกี่ยวกับการเลื่อนเลือกตั้ง

aaa

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้(28พ.ค.)ประเด็นคำถาม4ข้อของนายกรัฐมนตรีเป็นสัญญานการเลื่อนเลือกตั้งใช่หรือไม่ว่า คำถาม4ข้อของนายกรัฐมนตรีไม่มีนัยยะใดๆหรือเป็นการส่งสัญญานใดๆเกี่ยวกับการเลื่อนหรือไม่เลื่อนการเลือกตั้งเนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดเส้นทางสู่การเลือกตั้งเป็นขั้นเป็นตอนภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจนกล่าวคือเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่6เมษายน2560กรธ.ต้องจัดทำร่างพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่จำเป็นต่อการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน240วันแล้วส่งสนช.พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน60วัน จากนั้นกกต.ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน150วัน
ผมคิดว่าเป็นคำถามถึงอนาคตข้างหน้าว่าจะได้คนดีมีความรู้ความสามารถมาปกครองบ้านเมืองได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ปชช.ต้องช่วยกันคิด เพราะในอดีตมีรัฐธรรมนูญฉบับปี2540ที่ว่ากันว่าเป็นปชต.มากที่สุดดีที่สุดฉบับหนึ่งแต่ก็ไม่ทำให้การเลือกตั้งสุจริตหรือได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลมิหนำซ้ำการตรวจสอบทุจริตในระบบรัฐสภาก็ไม่ได้ผลองค์กรอิสระถูกแทรกแซงจนนำไปสู่การต่อสู้นอกสภาด้วยความรุนแรงแบ่งประชาชนเป็นฝักฝ่ายห้ำหั่นฆ่าฟันกันจนเกือบเกิดสงครามกลางเมืองและทำให้เกิดการรัฐประหารถึง2ครั้งในเวลา10ปี ซึ่งเป็นอดีตที่ขมขื่นของปชต.ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีกทั้งการเลือกตั้งที่ฉ้อฉลและการคอร์รัปชั่น ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาร่วมกันของคนไทยทั้งชาติจึงไม่ใช่แค่ปัญหาของนายกรัฐมนตรีหรือของคนใดกลุ่มใดแต่เป็นปัญหาที่ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน

Share Button

รัฐบาลเผย ร้านประชารัฐสุขใจได้รับความนิยมต่อเนื่อง รวมยอดขาย 1 ปีกว่า 30 ล้านบาท เตรียมแผนยกระดับธุรกิจผ่านระบบ E-commerce พร้อมเชิญชวนประชาชนเที่ยวงานผลไม้เมืองจันท์ 3-11 มิ.ย.นี้

4078_image

รัฐบาลได้ดำเนินโครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน หรือร้านประชารัฐสุขใจ จำนวน 148 แห่งทั่วประเทศมาตั้งแต่เดือน เม.ย.59 เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าโอท็อปของชุมชน และให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยวในท้องถิ่น พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 59 มียอดจำหน่ายตั้งแต่ เม.ย.-ธ.ค.รวมทั้งสิ้น 18,727,727.50 บาท เฉลี่ย 40,648.14 บาทต่อเดือน มีวิสาหกิจชุมชนได้รับประโยชน์กว่า 16,000 ชุมชน

“ส่วนในปีนี้เพียง 5 เดือน มียอดจำหน่ายรวมแล้วกว่า 12,290,000 บาท ตั้งเป้าทั้งปีสร้างรายได้ 50 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ อาหารแปรรูป ผักผลไม้ออแกนิค และของใช้ของฝากจากชุมชนแต่ละจังหวัด อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวร้านประชารัฐสุขใจใน กทม.ถูกปล่อยทิ้งโดยไม่เปิดจำหน่ายสินค้านั้น ความจริงรัฐบาลมุ่งหวังให้ประชาชนทั่วประเทศทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด มีโอกาสซื้อหาและจำหน่ายสินค้าของท้องถิ่นได้อย่างเท่าเทียมกัน

แต่จากการตรวจสอบพบว่า คน กทม.มีทางเลือกในการจับจ่ายซื้อสินค้ามากกว่าในต่างจังหวัด ทำให้บางร้านมียอดจำหน่ายน้อย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการย้ายไปยังที่ตั้งใหม่ เช่น จ.สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สระบุรี รวมทั้งมีแผนจะยกระดับธุรกิจของร้านทั้งหมดโดยนำระบบขายหน้าร้าน (Point of Sale) มาช่วยในการเก็บข้อมูลการขายและการจ่ายเงิน และผลักดันสินค้าเข้าสู่ระบบตลาด E-commerce ให้ประชาชนสามารถสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น”

โดยในเรื่องนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กรมการพัฒนาชุมชน ฯลฯ ให้ร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน และชี้แจงทำความเข้าใจข้อเท็จจริงแก่สังคมอย่างต่อเนื่องด้วย

ทั้งนี้ ร้านประชารัฐสุขใจเป็นโครงการภายใต้มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล มีที่ตั้งอยู่ในปั๊ม ปตท.ในภาคเหนือ 34 แห่ง ภาคกลาง 36 แห่ง ภาคตะวันออก 14 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 37 แห่ง และภาคใต้ 27 แห่ง โดยแต่ละแห่งจะคัดสรรสินค้าโอท็อปเด่นของจังหวัด ทั้งอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร สินค้าที่ระลึก ของใช้ของฝาก ของใช้ในครัวเรือนมาวางจำหน่าย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันสนับสนุนสินค้าไทย โดยเฉพาะผลไม้ที่มีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ซึ่งมีปริมาณมากในขณะนี้ โดยระหว่างวันที่ 3-11 มิ.ย.60 จ.จันทบุรีกำหนดจัดงาน “มหานครผลไม้ภาคตะวันออก ประจำปี 2560” มีกิจกรรมการประกวดผลไม้ การจำหน่ายสินค้าโอท็อปของดีเมืองจันท์และสินค้าอุปโภคบริโภค มหกรรมบุฟเฟ่ผลไม้ นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมาก

Share Button

“อลงกรณ์” แขวะบางคนลืมส่องกระจกสั่งสอนธรรมาภิบาล แต่ตัวเองก็ติดคดีโกงชาติ

765425-01

รองประธาน สปท. “อลงกรณ์” รับคนไทยวิตกอนาคตชาติจะเสียของจากวิกฤตการเมือง อ้างโพลชี้ชาวบ้านไม่ไว้ใจนักการเมือง ยันคนดีมีอยู่แต่บางพวกที่เสียงดังยังเล่นการเมืองแบบเดิม มองอะไรสุดโต่ง เก่งแต่ติ แขวะบางคนลืมส่องกระจกสั่งสอนธรรมาภิบาล แต่ตัวเองก็ติดคดีโกงชาติ จวกใช้เลือกตั้งเป็นเครื่องมือแสวงก่อการทุจริต แบ่งประชาชนใช้ความรุนแรง แถมไม่สำนึก แนะปฏิรูปพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง

วันนี้ (27 พ.ค.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่ 1 กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้ง 4 คำถามให้ประชาชนช่วยตอบเพราะห่วงใยในอนาคตของประเทศเกรงจะเสียของจากวิกฤตการเมืองที่อาจย้อนกลับมาอีกจึงขอให้ประชาชนเจ้าของประเทศช่วยกันคิดช่วยกันเสนอความเห็นเป็นทางออกทางแก้แต่เนิ่นๆ นั้น ตนคิดว่าไม่ใช่มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่กังวล แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็วิตกเพียงแต่ไม่พูดออกมา ถ้าดูผลสำรวจโพลสำนักต่างๆ ที่ผ่านมาได้สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนถึงความไม่ไว้วางใจอาชีพนักการเมือง ทำให้ได้เรตติ้งต่ำกว่าทุกอาชีพ ซึ่งจะเหมารวมทุกคนก็ไม่ถูก นักการเมืองที่ดียังมีอยู่ แต่เพราะมีนักการเมืองบางคนบางกลุ่มที่เสียงดังยังเล่นการเมืองแบบเดิมๆ มองอะไรสุดโต่งด้านเดียว คิดแบบแตกแยก เก่งแต่ตำหนิติเตียน

“บางคนลืมส่องกระจกดูตัวเองถึงกับสอนสั่งเรื่องธรรมาภิบาล แต่ตัวเองติดคดีคอร์รัปชันโกงบ้านกินเมืองสมัยเป็นรัฐมนตรี นักการเมืองพวกนี้ใช้การเลือกตั้งและประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือข้ออ้างในการได้อำนาจแล้วก่อการทุจริตประพฤติมิชอบ แบ่งประชาชนเป็นฝักฝ่าย ใช้ความรุนแรงห้ำหั่นประหัตประหารฝ่ายตรงข้ามจนระบบรัฐสภาและประชาธิปไตยไปไม่รอด ที่น่าห่วงคือตลอด 3 ปียังไม่สำนึก ไม่ทบทวนความผิดพลาดในอดีต ยังมีพฤติกรรมเหมือน 10 ปีก่อน แล้วประเทศชาติจะฝากความหวังไว้กับนักการเมืองพวกนี้ได้อย่างไร” นายอลงกรณ์กล่าว

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ตนจึงแนะนำด้วยความห่วงใยว่าต้องฟื้นฟูศรัทธาความไว้วางใจของประชาชนด้วยการปฏิรูปพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน โดยประชาชนเพื่อประชาชน ไม่ใช่เป็นแบบบริษัทจำกัดรับใช้แต่นายทุนพรรค และลืมประชาชนที่เลือกตั้งให้เข้าไปมีอำนาจเหมือนที่ผ่านมา

Share Button

นายกฯ ส่งความปรารถนาดีแก่พี่น้องไทยมุสลิมในโอกาสเข้าสู่เดือนรอมฎอน พร้อมเชื่อมั่นทุกศาสนามุ่งสร้างคนดี วอนประชาชนร่วมพัฒนาชาติ ลดความขัดแย้ง และปกป้องประเทศให้พ้นจากผู้ไม่หวังดี

18670851_447787338887966_4719040322851759963_n

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความระลึกถึงและปรารถนาดีไปยังพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสเข้าสู่เดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1438 โดยเดือนนี้มีความประเสริฐเหนือเดือนอื่น ๆ เพราะเป็นเดือนที่พระศาสดาได้ประทานอัลกุรอานเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และพี่น้องมุสลิมจะปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอด เพื่อฝึกฝนตนเองให้อยู่ในศีล สงบจิตใจ รู้จักรักและให้อภัยผู้อื่น บริจาคช่วยเหลือ และเสียสละเพื่อส่วนรวม

“ท่านนายกฯ ขอให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมบรรลุผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ในการประกอบพิธีดังกล่าว และขอให้ผลของการบำเพ็ญตนนี้ ช่วยส่งเสริมให้ทุกคนประสบความสุขความเจริญ มีความเข้มแข็ง และปลอดภัย นอกจากนี้ ท่านนายกฯ ยังเชื่อมั่นว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีและคำนึงถึงประโยชน์ของผู้อื่น โดยขอให้ทุกคนนำหลักคำสอนของศาสนาไปปรับใช้ในชีวิต และร่วมมือกันเดินหน้าพัฒนาประเทศ ลดความขัดแย้ง ตลอดจนปกป้องประเทศชาติให้พ้นจากการกระทำของผู้ไม่หวังดีที่พยายามยุยงปลุกปั่น หรือก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในสังคม”

Share Button

“อลงกรณ์”เชื่อนายกรัฐมนตรีตั้ง 4 คำถามเพราะห่วงอนาคตประเทศเกรงนักการเมืองทำเสียของ

unnamed

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่งกล่าววันนี้(27 พ.ค.)ว่า การที่พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตั้ง4คำถามให้ประชาชนช่วยตอบเพราะห่วงใยในอนาคตของประเทศเกรงจะเสียของจากวิกฤติการเมืองที่อาจย้อนกลับมาอีกจึงขอให้ประชาชนเจ้าของประเทศช่วยกันคิดช่วยกันเสนอความเห็นเป็นทางออกทางแก้แต่เนิ่นๆ

ตนคิดว่าไม่ใข่มีนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่กังวลแต่คนไทยส่วนใหญ่ก็วิตกเพียงแต่ไม่พูดออกมาถ้าดูผลสำรวจโพลสำนักต่างๆที่ผ่านมาได้สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนถึงความไม่ไว้วางใจอาชีพนักการเมืองทำให้ได้เรตติ้งต่ำกว่าทุกอาชีพซึ่งจะเหมารวมทุกคนก็ไม่ถูกนักการเมืองที่ดียังมีอยู่แต่เพราะมีนักการเมืองบางคนบางกลุ่มที่เสียงดังยังเล่นการเมืองแบบเดิมๆมองอะไรสุดโต่งด้านเดียวคิดแบบแตกแยกเก่งแต่ตำหนิติเตียนบางคนลืมส่องกระจกดูตัวเองถึงกับสอนสั่งเรื่องธรรมาภิบาลแต่ตัวเองติดคดีคอรัปชั่นโกงบ้านกินเมืองสมัยเป็นรัฐมนตรี นักการเมืองพวกนี้ใช้การเลือกตั้งและประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือข้ออ้างในการได้อำนาจแล้วก่อการทุจริตประพฤติมิชอบแบ่งประชาชนเป็นฝักฝ่ายใช้ความรุนแรงห้ำหั่นประหัตประหารฝ่ายตรงข้ามจนระบบรัฐสภาและประชาธิปไตยไปไม่รอด ที่น่าห่วงคือตลอด3ปียังไม่สำนึกไม่ทบทวนความผิดพลาดในอดีตยังมีพฤติกรรมเหมือน10ปีก่อนแล้วประเทศชาติจะฝากความหวังไว้กับนักการเมืองพวกนี้ได้อย่างไร ตนจึงแนะนำด้วยความห่วงใยว่าต้องฟื้นฟูศรัทธาความไว้วางใจของประชาชนด้วยการปฏิรูปพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชรไม่ใช่เป็นแบบบริษัทจำกัดรับใช้แต่นายทุนพรรคและลืมประชาชนที่เลือกตั้งให้เข้าไปมีอำนาจเหมือนที่ผ่านมา

Share Button

กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เปิดการสัมมนาเรื่อง “แนวทางปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัล”

unnamed (3)

วันศุกร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์พิเศษ พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “แนวทางปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัล” จากนั้นเป็นการบรรยายเรื่อง “การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัล” โดย นางเบญจวรรณ สร่างนิทร ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภาครัฐสำหรับการจัดสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสร้างการรับรู้รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัล และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชนด้วยระบบดิจิทัล ตลอดจนเพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรครวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากการสัมมนามาประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

unnamed (4)

unnamed (5)

unnamed (7)

Share Button

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช แถลงข่าวสรุปผลการประชุม พิจารณาข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ

unnamed (2)

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ณ บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา ๑ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยกล่าวว่าที่ประชุมได้กำหนดระเบียบวาระการประชุมของ สปท.ในสัปดาห์หน้าดังนี้ วันจันทร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ พิจารณารายงานการปฏิรูป ๒ เรื่อง คือ

๑. พิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเรื่อง “ข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองเพื่อเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ”

๒. พิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเรื่อง “แผนการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา” ส่วนในวันอังคารที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ งดประชุม เนื่องจากเป็นวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมและมีงานรัฐพิธีบริเวณรัฐสภา

Share Button