บิ๊กตู่แนะ 3 ทางปฏิรูป ตร. ยัน พร้อมพัฒนากองทัพ ให้นายพลช่วยงาน กอ.รมน. ลดอาวุธ-กำลังพล ตามสถานการณ์

279373

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจว่า ได้ให้แนวทางการทำงาน โดยรวบรวมความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท.ภาคประชาชน สื่อมวลชน พร้อมให้แนวทาง 3 หลักสำคัญในการปฏิรูปองค์กรว่า 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ควรยอยู่กับหน่วยงานใด 2.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ว่ากฎหมายที่ตำรวจใช้ในการทำงาน เช่น การสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน จะปฏิรูปจากเดิมที่มีปัญหาอยู่อย่างไร 3.การปฏิรูปบุคลากร ว่าจะดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเท่าเทียม ซึ่งมีหลายอย่างประกอบกัน เช่นงบประมาณ หากเป็นไปอย่างเหมาะสม ตำรวจก็จะไม่ต้องไปหาเงินด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง โดยเรื่องงบประมาณนี้ จะต้องเกิดความชัดเจนว่าตำรวจจะได้จากส่วนใดบ้าง อย่างไรก็ตาม จากนั้นคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะมีการประชุมเพื่อวางแผนงานกันอีกครั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เสนอให้มีการปฏิรูปกองทัพเหมือนที่มีการปฏิรูปตำรวจว่า การปฏิรูปกองทัพคงไม่ใช่แบบเดียวกับการปฏิรูปตำรวจ แต่ต้องใช้คำว่าการพัฒนากองทัพ โดยกองทัพมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ทั้งยุทธศาสตร์ 10-15 ปี ว่าจะพัฒนาทั้งคนและอุปกรณ์อย่างไร ซึ่งวันนี้มีความจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยี โดยทั้งหมดนี้ต้องมีแผนพัฒนาในระยะยาว และอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

“อาวุธยุทโธปกรณ์วันหน้าเราอาจจะลดจำนวนให้น้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งกล้อง อุปกรณ์การยิงระยะไกล ฯลฯ โดยไม่ต้องมาเสียเวลาซ่อม นอกจากนี้ยังต้องมองเรื่องการผลิตเอง ส่วที่หลายคนอาจจะมองว่า มีตำแหน่งนายพลอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ เราก็จะเอามาทำงานให้ถูกต้อง โดยให้อยู่ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เพราะรัฐบาลจะเพิ่มบทบาทของ กอ.รมน. ให้มากขึ้น เพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าฯมีลูกมือ โดยมีทั้งตำรวจ ทหาร อยู่ในกอ.รมน. จังหวัดเพื่อทำงานด้านความมั่นคง ยุติความขัดแย้งในพื้นที่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการลดกำลังพลที่ผ่านมาก็ได้ทยอยลดลงตามลำดับปีละ 5 -10 % ตามสถานการณ์ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะปลดออกหมด เพราะต้องคำนึงถึงบุคลากรที่กำลังจะเติบโตด้วย หากตอนนี้บริหารบุคลากรตามภารกิจเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ก็ย่อมดีกว่าให้อยู่เฉยๆ โดยไม่มีอะไรทำ วันนี้ได้มีการจัดคณะทำงานหลายด้าน นอกจากนี้ ยังต้องดูสายงานที่เกี่ยวกับการติดตามสอบสวนเพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ตนรับมาเพื่อที่จะปรับปรุง

Share Button

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *