Author: admin

กิจกรรมโครงการปลูกดอกดาวเรืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

S__2089070

กิจกรรมโครงการปลูกดอกดาวเรืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรในวันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 9:00น.ณ บริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร

Share Button

“อลงกรณ์” เชื่อมั่น ศาลฯ ตัดสินเที่ยงธรรม คดียิ่งลักษณ์

20170824_212913

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า ตนเองมีความเชื่อมั่นในศาลยุติธรรม และมั่นใจว่าการตัดสินคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ จะเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ทั้งนี้ เพราะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาคดีเป็นถึงระดับผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวน 9 ท่าน ซึ่งคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศ อีกทั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังมีประสบการณ์ในระบบไต่สวนมายาวนานโดยไม่เคยมีปัญหาใดๆตลอด 20 ปี ที่ก่อตั้งมา เนื่องจากดำรงความเป็นสถาบันตุลาการยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่มีใครแทรกแซงได้ซึ่ง

“คดีอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เป็นคดีอาญา ไม่ใช่คดีการเมือง จึงเป็นเรื่องของกฎหมายไม่ใช่การเมือง และทั้งโจทย์และจำเลยได้รับโอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ตามกระบวนการยุติธรรม จนกระทั่งถึงเวลาของการพิพากษาในวันที่25สิงหาคมนี้ หวังว่าทุกฝ่ายจะให้การยอมรับไม่ว่าผลการพิพากษาจะออกมาอย่างไร” นายอลงกรณ์ ระบุทิ้งท้าย 

Share Button

ครม.เห็นชอบ คณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน

343536

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.60 เวลา 14.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูป 11 คณะ ประกอบด้วย 1.ด้านการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน นายธีระภัทร์ เสรีรังสรรค์ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย นางนรรัตน์ พิมเสน นายวันชัย สอนศิริ นางฐะปานีย์ อาจารวงศ์ นายรวี ประจวบเหมาะ

2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฤษดา บุญราช เป็นประธาน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายบัณฑูร ล่ำซำ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ นางเบญจวรรณ สร่างนิทร พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ นายถวิล เปลี่ยนศรี นายกานต์ ตระกูลฮุน นายอาศิส อัญญะโพธิ์ นายประหยัด พวงจำปา นายสุรพงษ์ มาลี

3.ด้านกฎหมาย นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ประธาน นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นางสุดา วิศรุตพิชญ์ นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ นายประภาศ คงเอียด พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ นายพีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์

4.ด้านกระบวนการยุติธรรม นายอัชพร จารุจินดา ประธาน คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสราวุธ เบญจกุล นายวันชัย รุจนวงศ์ ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน นายตระกูล วินิจนัยภาค พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์

5.ด้านเศรษฐกิจ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธาน นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายอิสระ ว่องกุศลกิจ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช นายณัฐพน จาตุศรีพิทักษ์ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายสว่างธรรม เลาหทัย นายชาติศิริ โสภณพนิช นายสมชาย หาญหิรัญ นางปัทมา
เธียรวิศิษฎ์สกุล

6.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรอยล จิตดอน ประธาน นายบัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ นายขวัญชัย ดวงสถาพร นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายสัญชัย เกตุวรชัย นายพาวินญญ์ เถลิงศรี นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ นายธีรพัฒน์ ประยูรสิทธิ นางสาวลดาวัลย์ คำภา

7.ด้านสาธารณสุข นพ.เสรี ตู้จินดา ประธาน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นพ.ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย นายสมชัย จิตสุชน นายพาณิชย์ เจริญเผ่า นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล นพ.โสภณ เมฆธน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล

8.ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ นายจิระชัย มูลทองโร่ย ประธาน พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร นายธงชัย ณ นคร นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์ นายเสรี วงษ์มณฑา นางกนกทิพย์ รัชตะนันท์ นายสุทธิชัย หยุ่น นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นางปาริชาต สถาปิตานนท์

9.ด้านสังคม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธาน นพ.อำพน จิดาวัฒนะ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายวิเชียร ชวลิต นายวินัย ดะห์ลัน นายอโนทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ นายสมเดช นิลพันธุ์ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ นายไมตรี
อินทุสุต นางชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ

10.ด้านพลังงาน นายพรชัย รุจิประภา ประธาน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ นายมนูญ ศิริวรรณ นายดุสิต เครืองาม นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ นายดนุชา พิชยนันท์ นายกวิน ทังสุพานิช

และ 11.ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน นายกล้านรงค์ จันทร์ทิก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายเจษฎ์ โทณะวณิก นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต นายมานะ นิมิตรมงคล นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย อัศรัสกร พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ นายอนุสิษฐ คุณากร นายอุทิศ ขาวเธียร นายประยงค์ ปรียาจิตต์

Share Button

เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

S__16982088

วันนี้ (3 สิงหาคม 2560 2560) เวลา 13.30 น. นายเคซุส มิเกล ซันส์ เอสโกรีอวยลา เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ ในวันนี้ พร้อมขอบคุณที่เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ดำรงตำแหน่ง และขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะสานต่อความร่วมมือกับเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ คนใหม่อย่างเต็มที่เช่นเดิม ซึ่งเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ แสดงความขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีสละเวลาให้เข้าพบในวันนี้ และรู้สึกประทับใจความเป็นไทยตลอดเวลาที่ได้ทำงานที่นี้

นายกรัฐมนตรีประสงค์ที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระดับสูงกับสหภาพยุโรป โดยพร้อมที่จะหารือกับสหภาพยุโรป ถึงพัฒนาการด้านการเมืองของไทยในด้านต่าง ๆ และหวังว่าจะพิจารณาปรับข้อมติให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์ทางการเมืองระดับสูงระหว่างกันได้ ซึ่งเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ กล่าวว่า รับรู้ถึงความพยายามของรัฐบาลในการดำเนินการปฏิรูประเทศในกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และขอชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนชาวไทยอย่างแข็งขัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังแสดงความยินดีที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับยุโรปยังคงมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการค้าและการลงทุน โดยเมื่อปี 2559 ไทยได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนในไทยของบริษัทจากสหภาพยุโรปมากเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น จึงหวังว่าสหภาพยุโรปจะขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับไทย

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่ฝ่ายสหภาพยุโรปให้การสนับสนุนในความร่วมมือด้านการประมงและมาตรฐานการบินพลเรือน และขอยืนยันว่าไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาในประเทศอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นปัญหา IUU และ ไทยมีความพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนการส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาสมุนทรกับสหภาพยุโรป และพร้อมที่จะเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในการปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ แสดงความชื่นชมการทำงานและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย และเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามที่ตั้งไว้ได้

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่สหภาพยุโรปได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม EAS ในฐานะแขกของประธานอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ โดยหวังว่าจะมีโอกาสพบกับนายโดนัล ทุสก์ ประธานคณะมนตรียุโรปในช่วงการประชุมดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ แสดงความขอบคุณที่ไทยได้พยายามผลักดันความร่วมมือระหว่างอาเซียน – EU ในฐานะประผู้ประสานงานอาเซียน – EU มาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสต้อนรับนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสหภาพยุโรปในอนาคตข้างหน้า

Share Button

กรธ.เก็บตัว ยกร่าง กม.ลูก ปปช.- สส. – สว. นอกสถานที่ ที่ระยอง “มีชัย” คาด ได้ข้อสรุปในหลักการเบื้องต้น

16-2-e1501752390707

ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิปบีช รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.บ้านฉาง จ. ระยอง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้กล่าวถึงกำหนดการการประชุมนอกสถานที่ของ กรธ. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ว่า ตั้งแต่วันที่ 3 – 6 สิงหาคม นี้ ทาง กรธ.จะประชุมหารือเพื่อยกร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 3 ฉบับได้แก่ 1. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2. การเลือกตั้ง ส.ส. และ 3. การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถือเป็น 3 ฉบับสุดท้าย ที่ กรธ.ยังไม่ได้ลงไปพิจารณา ส่วน พ.ร.ป.ว่าด้วย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ใกล้จะส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แล้ว
นายมีชัยกล่าวต่อว่าการพิจารณา พ.ร.บ.ฯ เวลาดูหลักการ กรธ.ต้องอ่านร่างกฎหมายในทุกมาตราที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งนี้คาดว่าการประชุมตลอด 4 วัน จะได้ข้อสรุปในส่วนของหลักการที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ฯทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งในส่วนของ พ.ร.บ.ฯว่าด้วย ป.ป.ช. นั้น กรธ.จะต้องมาหารือในเรื่องใครจะตรวจสอบ ป.ป.ช. มาหารือถึงความจำเป็นว่าจะมี ป.ป.ช.จังหวัดหรือไม่ จะต้องมีหน่วยงานมารองรับการทำงานของ ป.ป.ช.ในระดับจังหวัดอย่างไร ส่วน พ.ร.บ.ฯว่าด้วย ส.ส. และ พ.ร.บ.ฯว่าด้วย ส.ว.นั้นจะต้องมาคุยกันในเรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.แบบไขว้ให้เสร็จเรียบร้อย

Share Button

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี

S__17031201

วันนี้ (4 ส.ค. 60) เวลา 11.00 น. นางจูลี บิชอป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ รมว.กต. ออสเตรเลียสู่ประเทศไทย การเยือนในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ดีของทั้งสองประเทศซึ่งในปีนี้ครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ออสเตรเลีย ทั้งนี้ รมว.กต. ออสเตรเลียยินดีที่ได้มาเยือนไทยอีกครั้งหนึ่ง และกล่าวว่าออสเตรเลียพร้อมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน – ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ในปี 2561 (ค.ศ.2018) และยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีในการประชุมดังกล่าวด้วย
รมว.กต. ออสเตรเลียยืนยันความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างกัน และพร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน และสอบถามถึงการปฏิรูปการเมืองของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีแจ้งว่ารัฐบาลได้ดำเนินการตาม Roadmap ที่วางไว้ และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ
ในการนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงประเด็นด้านความมั่นคงของภูมิภาค โดยเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือกันในด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและการเฝ้าระวังเพื่อร่วมกันจัดการภัยคุกคาม ในการนี้ รมว.กต. ออสเตรเลียแสดงความชื่นชมการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เป็นระบบ และครบวงจร
ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้ออสเตรเลียเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งตรงกับนโยบาย Ideas Boom ของ นรม. Turnbull อันจะทำให้ไทยและออสเตรเลียเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งรมว.กต.ออสเตรเลียแสดงความประสงค์ให้มีการปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ให้เป็นปัจจุบัน
ด้านการศึกษา นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับความสำเร็จของแผนโคลัมโบฉบับใหม่และขอบคุณสำหรับทุนการศึกษา the Endeavour Scholarship and Fellowship ที่รัฐบาลออสเตรเลียได้สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับอาเซียนอีกทั้งยังมีส่วนโน้มน้าวให้สหรัฐฯ กลับมามีปฏิสัมพันธ์กับภูมิภาคนี้อย่างสร้างสรรค์ โดยเชื่อมั่นว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน – ออสเตรเลีย สมัยพิเศษในเดือนมีนาคมปีหน้าจะประสบความสำเร็จด้วยดีและพร้อมสนับสนุนออสเตรเลียอย่างเต็มที่
ก่อนจบการสนทนา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้วที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียว่างเว้นจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ จึงขอเชิญนายกรัฐมนตรี Turnbull เยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม

Share Button

สปท. ส่งงานปฏิรูปให้นายกฯ188 เรื่อง พร้อมคุณ แม่น้ำ5สายร่วมประสานมือทำงานจนสำเร็จ

S__16851017

เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีพิธีส่งมอบงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยก่อนพิธีสมาชิกสปท.ทั้งหมดได้ถ่ายรูปร่วมกับนายกฯในห้องประชุมรัฐสภา เพื่อเป็นที่ระลึก โดยมีสมาชิกแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อดีตประธานและรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อดีตประธานและอดีตรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
ต่อมา. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. กล่าวรายงานว่า ภารกิจสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล มี 3 เรื่อง คือ การบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูป และการสร้างความสามัคคี การปฏิรูปจึงเป็นพันธกิจหลักอย่างหนึ่ง ในการแก้ปัญหาเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ที่มีความยั่งยืน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก การปฏิรูปจึงเป็นงานสร้างสรรค์เชิงบวก และต้องอาศัยความร่วมมือของแม่น้ำ 5 สาย ทั้งนี้ งานปฏิรูปที่สปท.ส่งให้รัฐบาลแล้วมี จำนวน 188 เรื่อง ส่วนที่รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อกลไกปฏิรูปประเทศ นับถึงเดือน ต.ค. 2559 จำนวน 183 ฉบับ และกำลังเร่งผลักดันอีก 104 ฉบับ ที่สำคัญในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา คสช.ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เกิดความมั่นคงทางการเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
ประธาน สปท. กล่าวว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สปท.มีส่วนสำคัญในการให้ข้อเสนอแนะกรธ.เกี่ยวกับการปฏิรูป ปรากฎในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ และมาตรา 261 ที่ให้วุฒิสภาติดตามเสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูประเทศ เสนอให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ และเสนอกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ แผนกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ เสนอประเด็นคำถามของสปท.ต่อสนช. เพื่อประกอบการพิจารณาในการเสนอคำถามที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติม และเรื่องต่างๆที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่ทางกรธ.ขอความเห็นจากสปท.
สำหรับเรื่องที่นายกฯ มีดำริเสนอให้ปฏิรูป 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดตั้งศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ 2.ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดแย้งกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม 3.ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินจากการทุจริตนั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังส่งเรื่องเข้าครม. 4.เรื่องส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม และ5.เรื่องการป้องกันการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการน้ำในภาวะน้ำแล้ง
“ความสำเร็จของสปท. เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของแม่น้ำ5 สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ รวมถึงสมาชิกสปท.ทุกคน ตลอดจนผู้บริหาร ข้าราชการรัฐสภา ที่ทุ่มเทกำลังใจและกายให้กับการปฏิรูปเสมอมา สิ่งที่ทำมานับว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอันมาก”ร.ท.ทินพันธุ์กล่าว

Share Button

องคมนตรี-นายกฯ-ครม.ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงร.10

560000007965102

องคมนตรี-นายกฯ-ครม.ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงร.10

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 28 กรกฎาคม ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต คณะองคมนตรีและคู่สมรส พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรอิสระและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและถวายพระพรชัยมงคลถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 โดยร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 651 รูป

ในการนี้มีการอัญเชิญพระพุทธบรมมหาจักรีศรีภูมิพลมหาราช 60 พรรษา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็นพระประธานในพิธี

จากนั้นเวลา 08.30 น. นายกฯ และภริยา พร้อมด้วยครม.และคู่สมรสได้เข้าลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ที่ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาเวลา 09.10 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานจิตอาสาตามโครงการ “เราทำ ดี ด้วย หัวใจ” ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสาดังกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆและบรรเทาความเดือดร้อนแก้ปัญหาให้ประชาชนบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต

Share Button

นายกฯ กำชับทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง เน้นเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยระดับครัวเรือน พร้อมทบทวนปรับปรุงการเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ แนะประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ

CiHZjUdJ5HPNXJ92GO1owDyhpdo3oNmNaB

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุเซินกาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งว่าปริมาณฝนจะลดลง เพราะพายุได้อ่อนกำลังลงและสลายตัวแล้ววานนี้ แต่ขอให้ทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด เนื่องจากบางพื้นที่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ และน้ำเข้าท่วมในจุดสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สนามบิน เป็นต้น

“บางพื้นที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนออกมาได้ เพราะเกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน เจ้าหน้าที่จะต้องทำงานเชิงรุกโดยใช้เรือท้องแบนลำเลียงอาหารและสิ่งจำเป็นที่ง่ายต่อการขนส่งและ บริโภค เป็นการชั่วคราว เช่น ข้าวเหนียว ไก่ทอด ไข่ต้ม น้ำดื่ม เข้าไปมอบให้กับผู้ประสบภัยถึงครัวเรือนระหว่างรอการอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ขอให้แต่ละจังหวัดทบทวนปรับปรุงระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อติดตามข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดความแม่นยำ และนำข้อมูลสภาพภูมิประเทศและภูมิสังคมของพื้นที่จริงไปประเมินจุดเสี่ยง และแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน”

นายกรัฐมนตรียังได้เตือนไปยังพี่น้องประชาชน ขอให้ใช้วิจารณญานในการรับและส่งต่อข่าวสารในโลกออนไลน์ โดยให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการ เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวลือ เช่น อ่างเก็บน้ำใน จ.สกลนครแตก หรือจะมีพายุเนสาทที่รุนแรงกว่าเซินกาถึง 2 เท่า เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องไม่เป็นความจริง โดยยืนยันว่ากรณีของอ่างเก็บน้ำเป็นเพียงน้ำที่เอ่อล้นท่วมพื้นที่ท้ายอ่างบางส่วน และเจ้าหน้าที่ได้จัดการแก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนพายุเนสาทนั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไต้หวันในวันที่ 29 – 30 ก.ค.นี้ โดยไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

Share Button

นายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหนือ-อีสาน พร้อมกำชับเร่งแก้ปัญหาดินถล่มปิดทับเส้นทางรถไฟ และติดป้ายเตือนจุดอันตรายในพื้นที่เสี่ยง

5D8FFB9A246741BF993CD7C955888742

นายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหนือ-อีสาน พร้อมกำชับเร่งแก้ปัญหาดินถล่มปิดทับเส้นทางรถไฟ และติดป้ายเตือนจุดอันตรายในพื้นที่เสี่ยง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนักเพราะอิทธิพลของพายุเซินกา โดยขอให้มุ่งเน้นเข้าไปยังจุดที่ได้รับผลกระทบหนัก เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก เช่น ชุมชนบริเวณที่ลาดเชิงเขา ซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินถล่ม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับรายงานจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับเหตุดินถล่มปิดทับเส้นทางบริเวณสถานีรถไฟและอุโมงค์รถไฟหลายจุด โดยได้กำชับให้เร่งประสานการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเคลื่อนย้ายดินที่ปิดทับเส้นทางออกโดยเร็ว รวมทั้งปรับเส้นทางการเดินรถ และจัดหารถประเภทอื่นเข้าไปเสริม เช่น รถ บขส. เพื่อให้บริการประชาชนที่ต้องการเดินทางในละแวกใกล้เคียงให้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

“นายกฯ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทเต็มที่ เพราะพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนก็เป็นเหมือนญาติมิตรที่ตกทุกข์ได้ยากและต้องการความช่วยเหลือ ส่วนบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งบนถนนหนทางและเชิงเขา ขอให้ผู้รับผิดชอบออกตรวจทาง ติดป้ายเตือนอันตราย และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชม. เพื่อออกปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที”

Share Button