เกาะติดการปฏิรูปของรัฐบาล

ครม.เห็นชอบ คณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน

343536

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.60 เวลา 14.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูป 11 คณะ ประกอบด้วย 1.ด้านการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน นายธีระภัทร์ เสรีรังสรรค์ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย นางนรรัตน์ พิมเสน นายวันชัย สอนศิริ นางฐะปานีย์ อาจารวงศ์ นายรวี ประจวบเหมาะ

2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฤษดา บุญราช เป็นประธาน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายบัณฑูร ล่ำซำ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ นางเบญจวรรณ สร่างนิทร พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ นายถวิล เปลี่ยนศรี นายกานต์ ตระกูลฮุน นายอาศิส อัญญะโพธิ์ นายประหยัด พวงจำปา นายสุรพงษ์ มาลี

3.ด้านกฎหมาย นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ประธาน นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นางสุดา วิศรุตพิชญ์ นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ นายประภาศ คงเอียด พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ นายพีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์

4.ด้านกระบวนการยุติธรรม นายอัชพร จารุจินดา ประธาน คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสราวุธ เบญจกุล นายวันชัย รุจนวงศ์ ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน นายตระกูล วินิจนัยภาค พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์

5.ด้านเศรษฐกิจ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธาน นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายอิสระ ว่องกุศลกิจ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช นายณัฐพน จาตุศรีพิทักษ์ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายสว่างธรรม เลาหทัย นายชาติศิริ โสภณพนิช นายสมชาย หาญหิรัญ นางปัทมา
เธียรวิศิษฎ์สกุล

6.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรอยล จิตดอน ประธาน นายบัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ นายขวัญชัย ดวงสถาพร นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายสัญชัย เกตุวรชัย นายพาวินญญ์ เถลิงศรี นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ นายธีรพัฒน์ ประยูรสิทธิ นางสาวลดาวัลย์ คำภา

7.ด้านสาธารณสุข นพ.เสรี ตู้จินดา ประธาน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นพ.ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย นายสมชัย จิตสุชน นายพาณิชย์ เจริญเผ่า นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล นพ.โสภณ เมฆธน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล

8.ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ นายจิระชัย มูลทองโร่ย ประธาน พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร นายธงชัย ณ นคร นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์ นายเสรี วงษ์มณฑา นางกนกทิพย์ รัชตะนันท์ นายสุทธิชัย หยุ่น นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นางปาริชาต สถาปิตานนท์

9.ด้านสังคม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธาน นพ.อำพน จิดาวัฒนะ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายวิเชียร ชวลิต นายวินัย ดะห์ลัน นายอโนทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ นายสมเดช นิลพันธุ์ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ นายไมตรี
อินทุสุต นางชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ

10.ด้านพลังงาน นายพรชัย รุจิประภา ประธาน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ นายมนูญ ศิริวรรณ นายดุสิต เครืองาม นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ นายดนุชา พิชยนันท์ นายกวิน ทังสุพานิช

และ 11.ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน นายกล้านรงค์ จันทร์ทิก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายเจษฎ์ โทณะวณิก นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต นายมานะ นิมิตรมงคล นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย อัศรัสกร พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ นายอนุสิษฐ คุณากร นายอุทิศ ขาวเธียร นายประยงค์ ปรียาจิตต์

Share Button

เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

S__16982088

วันนี้ (3 สิงหาคม 2560 2560) เวลา 13.30 น. นายเคซุส มิเกล ซันส์ เอสโกรีอวยลา เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ ในวันนี้ พร้อมขอบคุณที่เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ดำรงตำแหน่ง และขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยจะสานต่อความร่วมมือกับเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ คนใหม่อย่างเต็มที่เช่นเดิม ซึ่งเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ แสดงความขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีสละเวลาให้เข้าพบในวันนี้ และรู้สึกประทับใจความเป็นไทยตลอดเวลาที่ได้ทำงานที่นี้

นายกรัฐมนตรีประสงค์ที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระดับสูงกับสหภาพยุโรป โดยพร้อมที่จะหารือกับสหภาพยุโรป ถึงพัฒนาการด้านการเมืองของไทยในด้านต่าง ๆ และหวังว่าจะพิจารณาปรับข้อมติให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์ทางการเมืองระดับสูงระหว่างกันได้ ซึ่งเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ กล่าวว่า รับรู้ถึงความพยายามของรัฐบาลในการดำเนินการปฏิรูประเทศในกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และขอชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนชาวไทยอย่างแข็งขัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังแสดงความยินดีที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับยุโรปยังคงมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการค้าและการลงทุน โดยเมื่อปี 2559 ไทยได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนในไทยของบริษัทจากสหภาพยุโรปมากเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น จึงหวังว่าสหภาพยุโรปจะขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับไทย

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่ฝ่ายสหภาพยุโรปให้การสนับสนุนในความร่วมมือด้านการประมงและมาตรฐานการบินพลเรือน และขอยืนยันว่าไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาในประเทศอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นปัญหา IUU และ ไทยมีความพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนการส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาสมุนทรกับสหภาพยุโรป และพร้อมที่จะเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในการปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ แสดงความชื่นชมการทำงานและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของรัฐบาลไทย และเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามที่ตั้งไว้ได้

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่สหภาพยุโรปได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม EAS ในฐานะแขกของประธานอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ โดยหวังว่าจะมีโอกาสพบกับนายโดนัล ทุสก์ ประธานคณะมนตรียุโรปในช่วงการประชุมดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ แสดงความขอบคุณที่ไทยได้พยายามผลักดันความร่วมมือระหว่างอาเซียน – EU ในฐานะประผู้ประสานงานอาเซียน – EU มาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสต้อนรับนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสหภาพยุโรปในอนาคตข้างหน้า

Share Button

กรธ.เก็บตัว ยกร่าง กม.ลูก ปปช.- สส. – สว. นอกสถานที่ ที่ระยอง “มีชัย” คาด ได้ข้อสรุปในหลักการเบื้องต้น

16-2-e1501752390707

ที่โรงแรมรอยัล พลา คลิปบีช รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.บ้านฉาง จ. ระยอง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้กล่าวถึงกำหนดการการประชุมนอกสถานที่ของ กรธ. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ว่า ตั้งแต่วันที่ 3 – 6 สิงหาคม นี้ ทาง กรธ.จะประชุมหารือเพื่อยกร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 3 ฉบับได้แก่ 1. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2. การเลือกตั้ง ส.ส. และ 3. การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถือเป็น 3 ฉบับสุดท้าย ที่ กรธ.ยังไม่ได้ลงไปพิจารณา ส่วน พ.ร.ป.ว่าด้วย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ใกล้จะส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แล้ว
นายมีชัยกล่าวต่อว่าการพิจารณา พ.ร.บ.ฯ เวลาดูหลักการ กรธ.ต้องอ่านร่างกฎหมายในทุกมาตราที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งนี้คาดว่าการประชุมตลอด 4 วัน จะได้ข้อสรุปในส่วนของหลักการที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ฯทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งในส่วนของ พ.ร.บ.ฯว่าด้วย ป.ป.ช. นั้น กรธ.จะต้องมาหารือในเรื่องใครจะตรวจสอบ ป.ป.ช. มาหารือถึงความจำเป็นว่าจะมี ป.ป.ช.จังหวัดหรือไม่ จะต้องมีหน่วยงานมารองรับการทำงานของ ป.ป.ช.ในระดับจังหวัดอย่างไร ส่วน พ.ร.บ.ฯว่าด้วย ส.ส. และ พ.ร.บ.ฯว่าด้วย ส.ว.นั้นจะต้องมาคุยกันในเรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.แบบไขว้ให้เสร็จเรียบร้อย

Share Button

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี

S__17031201

วันนี้ (4 ส.ค. 60) เวลา 11.00 น. นางจูลี บิชอป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ รมว.กต. ออสเตรเลียสู่ประเทศไทย การเยือนในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ดีของทั้งสองประเทศซึ่งในปีนี้ครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ออสเตรเลีย ทั้งนี้ รมว.กต. ออสเตรเลียยินดีที่ได้มาเยือนไทยอีกครั้งหนึ่ง และกล่าวว่าออสเตรเลียพร้อมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน – ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ในปี 2561 (ค.ศ.2018) และยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีในการประชุมดังกล่าวด้วย
รมว.กต. ออสเตรเลียยืนยันความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างกัน และพร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน และสอบถามถึงการปฏิรูปการเมืองของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีแจ้งว่ารัฐบาลได้ดำเนินการตาม Roadmap ที่วางไว้ และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ
ในการนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงประเด็นด้านความมั่นคงของภูมิภาค โดยเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือกันในด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและการเฝ้าระวังเพื่อร่วมกันจัดการภัยคุกคาม ในการนี้ รมว.กต. ออสเตรเลียแสดงความชื่นชมการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เป็นระบบ และครบวงจร
ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้ออสเตรเลียเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งตรงกับนโยบาย Ideas Boom ของ นรม. Turnbull อันจะทำให้ไทยและออสเตรเลียเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งรมว.กต.ออสเตรเลียแสดงความประสงค์ให้มีการปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ให้เป็นปัจจุบัน
ด้านการศึกษา นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับความสำเร็จของแผนโคลัมโบฉบับใหม่และขอบคุณสำหรับทุนการศึกษา the Endeavour Scholarship and Fellowship ที่รัฐบาลออสเตรเลียได้สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับอาเซียนอีกทั้งยังมีส่วนโน้มน้าวให้สหรัฐฯ กลับมามีปฏิสัมพันธ์กับภูมิภาคนี้อย่างสร้างสรรค์ โดยเชื่อมั่นว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน – ออสเตรเลีย สมัยพิเศษในเดือนมีนาคมปีหน้าจะประสบความสำเร็จด้วยดีและพร้อมสนับสนุนออสเตรเลียอย่างเต็มที่
ก่อนจบการสนทนา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้วที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียว่างเว้นจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ จึงขอเชิญนายกรัฐมนตรี Turnbull เยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม

Share Button

องคมนตรี-นายกฯ-ครม.ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงร.10

560000007965102

องคมนตรี-นายกฯ-ครม.ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงร.10

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 28 กรกฎาคม ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต คณะองคมนตรีและคู่สมรส พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรอิสระและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและถวายพระพรชัยมงคลถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 โดยร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 651 รูป

ในการนี้มีการอัญเชิญพระพุทธบรมมหาจักรีศรีภูมิพลมหาราช 60 พรรษา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็นพระประธานในพิธี

จากนั้นเวลา 08.30 น. นายกฯ และภริยา พร้อมด้วยครม.และคู่สมรสได้เข้าลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ที่ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาเวลา 09.10 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานจิตอาสาตามโครงการ “เราทำ ดี ด้วย หัวใจ” ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสาดังกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆและบรรเทาความเดือดร้อนแก้ปัญหาให้ประชาชนบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต

Share Button

นายกฯ กำชับทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง เน้นเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยระดับครัวเรือน พร้อมทบทวนปรับปรุงการเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ แนะประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ

CiHZjUdJ5HPNXJ92GO1owDyhpdo3oNmNaB

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุเซินกาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งว่าปริมาณฝนจะลดลง เพราะพายุได้อ่อนกำลังลงและสลายตัวแล้ววานนี้ แต่ขอให้ทุกจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด เนื่องจากบางพื้นที่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ และน้ำเข้าท่วมในจุดสำคัญ เช่น โรงพยาบาล สนามบิน เป็นต้น

“บางพื้นที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายประชาชนออกมาได้ เพราะเกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน เจ้าหน้าที่จะต้องทำงานเชิงรุกโดยใช้เรือท้องแบนลำเลียงอาหารและสิ่งจำเป็นที่ง่ายต่อการขนส่งและ บริโภค เป็นการชั่วคราว เช่น ข้าวเหนียว ไก่ทอด ไข่ต้ม น้ำดื่ม เข้าไปมอบให้กับผู้ประสบภัยถึงครัวเรือนระหว่างรอการอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ขอให้แต่ละจังหวัดทบทวนปรับปรุงระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อติดตามข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดความแม่นยำ และนำข้อมูลสภาพภูมิประเทศและภูมิสังคมของพื้นที่จริงไปประเมินจุดเสี่ยง และแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน”

นายกรัฐมนตรียังได้เตือนไปยังพี่น้องประชาชน ขอให้ใช้วิจารณญานในการรับและส่งต่อข่าวสารในโลกออนไลน์ โดยให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการ เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวลือ เช่น อ่างเก็บน้ำใน จ.สกลนครแตก หรือจะมีพายุเนสาทที่รุนแรงกว่าเซินกาถึง 2 เท่า เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องไม่เป็นความจริง โดยยืนยันว่ากรณีของอ่างเก็บน้ำเป็นเพียงน้ำที่เอ่อล้นท่วมพื้นที่ท้ายอ่างบางส่วน และเจ้าหน้าที่ได้จัดการแก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนพายุเนสาทนั้นจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไต้หวันในวันที่ 29 – 30 ก.ค.นี้ โดยไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

Share Button

นายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหนือ-อีสาน พร้อมกำชับเร่งแก้ปัญหาดินถล่มปิดทับเส้นทางรถไฟ และติดป้ายเตือนจุดอันตรายในพื้นที่เสี่ยง

5D8FFB9A246741BF993CD7C955888742

นายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหนือ-อีสาน พร้อมกำชับเร่งแก้ปัญหาดินถล่มปิดทับเส้นทางรถไฟ และติดป้ายเตือนจุดอันตรายในพื้นที่เสี่ยง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่บูรณาการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบภัยน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนักเพราะอิทธิพลของพายุเซินกา โดยขอให้มุ่งเน้นเข้าไปยังจุดที่ได้รับผลกระทบหนัก เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก เช่น ชุมชนบริเวณที่ลาดเชิงเขา ซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินถล่ม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับรายงานจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับเหตุดินถล่มปิดทับเส้นทางบริเวณสถานีรถไฟและอุโมงค์รถไฟหลายจุด โดยได้กำชับให้เร่งประสานการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเคลื่อนย้ายดินที่ปิดทับเส้นทางออกโดยเร็ว รวมทั้งปรับเส้นทางการเดินรถ และจัดหารถประเภทอื่นเข้าไปเสริม เช่น รถ บขส. เพื่อให้บริการประชาชนที่ต้องการเดินทางในละแวกใกล้เคียงให้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

“นายกฯ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทเต็มที่ เพราะพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนก็เป็นเหมือนญาติมิตรที่ตกทุกข์ได้ยากและต้องการความช่วยเหลือ ส่วนบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งบนถนนหนทางและเชิงเขา ขอให้ผู้รับผิดชอบออกตรวจทาง ติดป้ายเตือนอันตราย และติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชม. เพื่อออกปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที”

Share Button

นายกฯ ขออย่าเพิ่งพูดปรับครม. วันนี้ บอกทุกคนยังทำงานได้ ขออย่าเป็นกระบอกเสียงกับคนไม่ดี ยันที่ไม่ปรับไม่ใช่เอาใจเพื่อน หรือพี่

S__16621649

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีผลโพล์สนับสนุนให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีว่า “ขอร้องว่าอย่างเพิ่งพูดถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าผมจะพูดเพื่อเอาใจใคร ไม่ว่าจะเอาใจเพื่อน พี่ มันไม่ใช่ วันนี้ผมอยากเรียนว่าไม่ว่าจะปรับใครเป็นคณะรัฐมนตรีมันทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะความขัดแย้งมันสูง แต่ที่รัฐบาลทำงานมากว่า 3 ปี ทุกอย่างทำด้วยคณะทำงาน โดยรัฐมนตรีเป็นคนกำหนดนโยบายลงไปติดตามขับเคลื่อนและประเมินผล คณะรัฐมนตรีเอากรอบการทำงานนี้ลงไปทำ ไม่ใช่ว่าพอเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้ว รัฐมนตรีจะไปทำอะไรนอกเหนือจากที่รัฐบาลทำมันทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างอิสระจะไปทำโน้นนี่นั้น ตามใจตัวเองไม่คำนึงถึงกฎหมาย ไม่คำนึงถึงความชอบธรรม ไม่คำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณ มันเป็นไปไม่ได้ จะยิ่งพันกันไปใหญ่ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมประเมินของผมเอง ถ้าถึงเวลาเมื่อไร ถ้าผมดูแล้วว่าสิ่งที่สั่งลงไปแล้วไม่ทำ หรือกำหนดนโยบายอะไรแล้วไม่ทำ หรือทำแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผมก็ค่อยปรับ แต่วันนี้ผมยืนยันว่า ทุกคนก็ยังทำงานอยู่ได้ในเวลานี้ ช่วงนี้เหลือเวลาอีก 1 ปี จะทำอย่างไรต้องดูว่าถ้าเปลี่ยนมาแล้วไม่ดีจะทำอย่างไร แล้ววันนี้ที่พวกเขาทำมาเขาทำอะไรมาแล้วบ้าง ถ้าทุกคนไม่รู้ก็ต้องปรับทุกรัฐมนตรี หากทุกคนบอกไม่รู้ว่าบางรัฐมนตรีทำงานอะไร ซึ่งความจริงรัฐมนตรีเขาทำงานมาก เพียงแต่ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจกันเอง และต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีบางคนก็มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ ก็อย่าไปเป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่ไม่ดี และไม่ชอบ เพราะมันคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ก็ฝากให้ไปดูกันด้วย”

Share Button

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี

S__16588849

วันนี้ (24 ก.ค. 60) เวลา 10.30 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการสนทนา ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณจีนที่ได้มอบหมายให้ผู้แทนรัฐบาลจีนเดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อถวายความไว้อาลัย และมอบหมายให้ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีจีน เดินทางมาไทยเพื่อถวายสักการะพระบรมศพฯ
ไทยยินดีที่จีนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เจริญก้าวหน้าและมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการมีบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในเวทีต่างๆ โดยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรมมากมายทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค พร้อมย้ำว่าจีนเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว อีกทั้งจีนยังเข้าใจสถานการณ์ด้านการเมืองของไทย และเชื่อมั่นในประเทศไทย ตลอดจนให้ความสำคัญกับ การดำเนินความสัมพันธ์กับไทยอย่างต่อเนื่อง
ไทยชื่นชมจีนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบกับผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของจีนหลายท่านทำให้ได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปประเทศและแนวทางการพัฒนาของจีน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับไทย
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยมุ่งมั่นส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับจีน และพร้อมกระชับความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน รวมทั้งขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห้นพ้องว่า ยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน หรือยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ของจีนซึ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และสินค้านวัตกรรม มีความสอดคล้องกับแนวนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย เช่น EEC หรือ นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งจะทำให้ EEC กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาค เป็นศูนย์กลางในการคมนาคม การสร้างนวัตกรรม และสนับสนุนการวิจัยเพื่ออนาคต และจะทำให้ไทยเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่า จีนพร้อมมีส่วนร่วมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนจีนเข้ามาลงทุนใน EEC โดยเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับเศรษฐกิจของไทยในอนาคต รวมทั้งพร้อมกระชับความร่วมมืออย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม เช่น e-commerce Internet Finance ซึ่งจีนมีความเชี่ยวชาญและพร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับไทย

Share Button

“บิ๊กตู่” ร่ายบทกลอนสอนหลักคิดประชารัฐ “อ้าง” ต้องการเห็นคนไทยมีหลักคิดที่ถูกต้อง ส่งทีมพีม็อกทำกราฟฟิก เผยแพร่ผ่านเวปทำเนียบฯ

tnews_1499165197_1819

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ได้มีการเผยแพร่บทกลอนใหม่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ในเรื่องหลักคิดประชารัฐ ทั้งนี้ จากการสอบถามพล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าเขียนบทกลอนขึ้นมาเองเผื่อเพยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ และต้องการเห็นคนไทยมีหลักคิดที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เขียนบทกลอนดังกล่าวขึ้นมาเมื่อ 2 วันก่อนและส่งให้ทางศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ พีม็อก (PMOC) ทำกราฟฟิก ก่อนที่จะเผยแพร่ในเวปไซด์ของทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th)

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมุ่งหวังที่จะเห็นคนไทยมีหลักคิดที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะในภาคการเกษตร และสอดคล้องกับแนวทางประชารัฐที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนร่วมกันพัฒนา ตั้งแต่การศึกษาตลาด ปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด ไม่เพาะปลูกตามกระแส เพื่อเป้าหมายในการสร้างรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มผลิตให้มากขึ้น ทั้งนี้ การทำการเกษตรจะต้องไม่บุกรุกทำลายป่า เพราะจะส่งผลเสียต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว โดยรัฐบาลและ คสช. มุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศก้าวไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น แม้จะมีปัญหาอุปสรรคมากมายสักเพียงใดก็ตาม

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า อันที่จริงนายกรัฐมนตรีเคยพูดเรื่องราวเหล่านี้หลายครั้งหลายโอกาสแล้ว ใครที่รู้จักนำแนวทางนี้ไปใช้ก็จะพบว่าได้ประโยชน์ ส่วนใครที่ยังไม่หือไม่อือ ประโยชน์ก็คงไม่เกิดแน่ ๆ

“การพูดของนายกฯ แบบร้อยแก้วหรือเล่าสู่กันฟังทั่วไป อาจจะยังไม่น่าสนใจในความรู้สึกของใครบางคน ท่านจึงคิดที่จะใช้บทกลอนช่วยถ่ายทอดเรื่องราวแบบใหม่ เผื่อว่าคนจะหันมาใส่ใจกันบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม…เชื่อว่านักเลงกลอนทั้งหลายคงเข้าใจดีว่า การแต่งกลอนไม่ใช่ของง่าย เพราะนอกจากจะต้องมีสัมผัสนอกสัมผัสในแล้ว สิ่งที่ยากกว่าก็คือ การเรียบเรียงที่ได้เนื้อหาใจความแบบที่ต้องการจะสื่อนี่แหละ !!จึงอยากใช้โอกาสนี้ เชิญชวนประชาชน นักเรียนนักศึกษา คนรุ่นใหม่ หยิบบทกลอนของนายกฯ ไปอัดคลิปอ่านทำนองเสนาะ หรือขับเสภา แชร์กันในโลกโซเชียล ซึ่งน่าจะช่วยฟื้นฟูวัฒนธรรมไทย และช่วยสร้างความเข้าใจดี ๆ จากบทกลอนของลุงตู่ได้เป็นแน่แท้ ” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

สำหรับกบอนบทใหม่ที่นายกรัฐมนตรีแต่งขึ้นมานั้นมีเนื้อหาดังนี้

หลักคิดประชารัฐ
ชวนคนไทย สร้างหลักคิด ที่ถูกต้อง มากกว่ามอง ส่วนตนให้ มหาศาลประเทศไทย ประชาชน จนยากนาน การเปลี่ยน ผ่านปฏิรูป ไม่รื่นรมย์

หากคิดทำ หรือคิดปลูก มองตลาด
จะไม่พลาด ได้ราคา ที่เหมาะสม
ไม่ปลูกตาม ปลูกมาก จากนิยม
ท้ายสุดโทรมราคาตกให้ทุกข์ใจ

มองตลาด มองต้นทุน มองวิธี
สู่วิถี ศาสตร์พระราชา เป็นเงื่อนไขความลำบาก ความยากจน หมดสิ้นไปไทยเป็นไท สู่ยั่งยืน ด้วยตนเอง

ต้องรวมตัว ประชารัฐ ให้แข็งขัน
เพื่อแบ่งปัน การตลาดให้เหมาะสม
ได้ส่วนแบ่ง จากรายใหญ่ มาชื่นชมประชาคม ประชารัฐ ช่วยกระจาย

อย่าทำกิน โดยปลูกพืช บุกรุกป่า
วันข้างหน้า ป่าไม่เหลือ จะเสียหาย
จะขาดฝน ทนทุกข์ยาก ลำบากกาย
จนวันตาย ไม่คุ้มค่า อีกต่อไป

ทำอย่างไร ปลูกพืช ไม่หลงเหลือ
รัฐจุนเจือ ค่าใช้จ่าย อสงไขย
ต้องลดทุน เหลือส่วนต่าง อย่างกำไร ใช้กลไก ประชารัฐ เข้าดูแล

รัฐบาลคสช. นั้นมุ่งหวัง อย่างเต็มที่
แม้วันนี้ มีปัญหา หลายกระแส
จะเร่งทำ เร่งแก้ไข ไม่เชือนแช
เป็นเพื่อนแท้ ประชาชน ใช่หลอกลวง

Share Button