ข่าวล่าสภาขับเคลื่อนฯ

ครม.เห็นชอบ คณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน

343536

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.60 เวลา 14.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมเห็นรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูป 11 คณะ ประกอบด้วย 1.ด้านการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน นายธีระภัทร์ เสรีรังสรรค์ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย นางนรรัตน์ พิมเสน นายวันชัย สอนศิริ นางฐะปานีย์ อาจารวงศ์ นายรวี ประจวบเหมาะ

2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฤษดา บุญราช เป็นประธาน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายบัณฑูร ล่ำซำ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ นางเบญจวรรณ สร่างนิทร พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ นายถวิล เปลี่ยนศรี นายกานต์ ตระกูลฮุน นายอาศิส อัญญะโพธิ์ นายประหยัด พวงจำปา นายสุรพงษ์ มาลี

3.ด้านกฎหมาย นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ประธาน นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นางสุดา วิศรุตพิชญ์ นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ นายประภาศ คงเอียด พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ นายพีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์

4.ด้านกระบวนการยุติธรรม นายอัชพร จารุจินดา ประธาน คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสราวุธ เบญจกุล นายวันชัย รุจนวงศ์ ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน นายตระกูล วินิจนัยภาค พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์

5.ด้านเศรษฐกิจ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธาน นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายอิสระ ว่องกุศลกิจ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช นายณัฐพน จาตุศรีพิทักษ์ นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายสว่างธรรม เลาหทัย นายชาติศิริ โสภณพนิช นายสมชาย หาญหิรัญ นางปัทมา
เธียรวิศิษฎ์สกุล

6.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายรอยล จิตดอน ประธาน นายบัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ นายขวัญชัย ดวงสถาพร นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายสัญชัย เกตุวรชัย นายพาวินญญ์ เถลิงศรี นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ นายธีรพัฒน์ ประยูรสิทธิ นางสาวลดาวัลย์ คำภา

7.ด้านสาธารณสุข นพ.เสรี ตู้จินดา ประธาน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นพ.ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย นายสมชัย จิตสุชน นายพาณิชย์ เจริญเผ่า นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล นพ.โสภณ เมฆธน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล

8.ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ นายจิระชัย มูลทองโร่ย ประธาน พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร นายธงชัย ณ นคร นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์ นายเสรี วงษ์มณฑา นางกนกทิพย์ รัชตะนันท์ นายสุทธิชัย หยุ่น นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นางปาริชาต สถาปิตานนท์

9.ด้านสังคม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธาน นพ.อำพน จิดาวัฒนะ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายวิเชียร ชวลิต นายวินัย ดะห์ลัน นายอโนทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ นายสมเดช นิลพันธุ์ นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ นายไมตรี
อินทุสุต นางชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ

10.ด้านพลังงาน นายพรชัย รุจิประภา ประธาน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ นายมนูญ ศิริวรรณ นายดุสิต เครืองาม นายบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ นายดนุชา พิชยนันท์ นายกวิน ทังสุพานิช

และ 11.ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน นายกล้านรงค์ จันทร์ทิก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายเจษฎ์ โทณะวณิก นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต นายมานะ นิมิตรมงคล นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย อัศรัสกร พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ นายอนุสิษฐ คุณากร นายอุทิศ ขาวเธียร นายประยงค์ ปรียาจิตต์

Share Button

สปท. ส่งงานปฏิรูปให้นายกฯ188 เรื่อง พร้อมคุณ แม่น้ำ5สายร่วมประสานมือทำงานจนสำเร็จ

S__16851017

เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีพิธีส่งมอบงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยก่อนพิธีสมาชิกสปท.ทั้งหมดได้ถ่ายรูปร่วมกับนายกฯในห้องประชุมรัฐสภา เพื่อเป็นที่ระลึก โดยมีสมาชิกแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อดีตประธานและรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อดีตประธานและอดีตรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
ต่อมา. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. กล่าวรายงานว่า ภารกิจสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล มี 3 เรื่อง คือ การบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูป และการสร้างความสามัคคี การปฏิรูปจึงเป็นพันธกิจหลักอย่างหนึ่ง ในการแก้ปัญหาเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ที่มีความยั่งยืน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก การปฏิรูปจึงเป็นงานสร้างสรรค์เชิงบวก และต้องอาศัยความร่วมมือของแม่น้ำ 5 สาย ทั้งนี้ งานปฏิรูปที่สปท.ส่งให้รัฐบาลแล้วมี จำนวน 188 เรื่อง ส่วนที่รัฐบาลเร่งผลักดันกฎหมายเพื่อกลไกปฏิรูปประเทศ นับถึงเดือน ต.ค. 2559 จำนวน 183 ฉบับ และกำลังเร่งผลักดันอีก 104 ฉบับ ที่สำคัญในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา คสช.ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เกิดความมั่นคงทางการเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
ประธาน สปท. กล่าวว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สปท.มีส่วนสำคัญในการให้ข้อเสนอแนะกรธ.เกี่ยวกับการปฏิรูป ปรากฎในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ และมาตรา 261 ที่ให้วุฒิสภาติดตามเสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูประเทศ เสนอให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ และเสนอกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ แผนกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ เสนอประเด็นคำถามของสปท.ต่อสนช. เพื่อประกอบการพิจารณาในการเสนอคำถามที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติม และเรื่องต่างๆที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่ทางกรธ.ขอความเห็นจากสปท.
สำหรับเรื่องที่นายกฯ มีดำริเสนอให้ปฏิรูป 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดตั้งศาลทุจริตและประพฤติมิชอบ 2.ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดแย้งกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม 3.ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินจากการทุจริตนั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังส่งเรื่องเข้าครม. 4.เรื่องส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม และ5.เรื่องการป้องกันการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการน้ำในภาวะน้ำแล้ง
“ความสำเร็จของสปท. เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของแม่น้ำ5 สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ รวมถึงสมาชิกสปท.ทุกคน ตลอดจนผู้บริหาร ข้าราชการรัฐสภา ที่ทุ่มเทกำลังใจและกายให้กับการปฏิรูปเสมอมา สิ่งที่ทำมานับว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอันมาก”ร.ท.ทินพันธุ์กล่าว

Share Button

สปท.ประชุมนัดส่งท้าย”อลงกรณ์” ยันทำงานเป็นประโยชน์ คุ้มค่ากับการรัฐประหาร

9ECA43965B6C48059E8AE6E1335EFCF5

เมื่อเวลา 13.30น.ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เรียกประชุมสปท.นัดสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง โดยมีวาระสำคัญ คือ การรับรองรายงานการประชุม พร้อมกับเปิดโอกาสให้สมาชิกสปท.อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. อภิปรายว่า ตลอด 1ปี10เดือนของการทำหน้าที่สปท.จะเป็นการวางรากฐานให้เกิดความยั่งยืนในการปฏิรูปประเทศต่อไป การรัฐประหารที่เกิดขึ้นต้องชดใช้อย่างคุ้มค่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ย้ำมาตลอดว่าไม่ต้องการให้เกิดการรัฐประหารและการรัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ขอให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย จากนั้นกลไกการปฏิรูปประเทศจึงเกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังของรัฐบาล จนนำมาสู่พิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศและส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านการทำงานร่วมกันของแม่น้ำ 5 สายเพื่อนำไปสู่การวางรากฐานให้กับประเทศ จากนี้ไปต้องมีการสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับทุกภาคส่วนและฝ่ายการเมือง ซึ่งยังตามการปฏิรูปประเทศไม่ทันและไม่ได้ติดตามการทำงานของพวกเรา ก็ขออโหสิกรรม

“ผมยืนยันว่าพวกเราได้ผลิตผลงานอันเป็นประโยชน์และคุ้มค่าต่อการรัฐประหารที่เกิดขึ้นและจะเป็นการขับเคลื่อนประเทศครั้งสำคัญที่วางรากฐานประชาธิปไตยที่แท้จริง ระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและเสรี ความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ก็จะลดลง คุณภาพชีวิตของประชาชนก็จะดีขึ้น” นายอลงกรณ์ กล่าว

ภายหลังอภิปรายเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ร.อ.ทินพันธุ์ ได้แจ้งกำหนดการว่าในวันที่ 31 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะมาร่วมประชุมกับสปท.เพื่อรับมอบงานจากสปท. จึงขอให้สมาชิกทุกคนมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

Share Button

“มีชัย” ยันไม่โต้แย้งร่างกม.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมวางแนวทบทวนพรป.พรรคการเมือง หากพบส.ส.ทุจริตไพรมารี่โหวตต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่ต้องคำนวณคะแนนเสียงเพื่อหาสัดส่วนที่นั่ง ส.ส.ใหม่

S__16588852

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ.) ยืนยันว่า กรธ. มีมติที่จะไม่ส่งข้อโต้แย้งเพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม ทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเมื่อครบกำหนด 10 วัน หากไม่มีข้อโต้แย้ง นายกรัฐมนตรีก็จะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ส่วนจะมีการบังคับใช้ทันก่อนวันตัดสินคดีรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ไม่สามารถทราบได้ แต่หากยังไม่บังคับใช้ ก็สามารถใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเพื่ออุทธรณ์คดีได้ แต่กระบวนการก็ยังไม่มีว่าจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนร่างกฎหมายจะมีปัญหาทางรัฐธรรมนูญหลังการบังคับใช้ จนอาจนำมาสู่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายมีชัยกล่าวว่า หากมีคนเห็นว่าขัดก็สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ส่วนปัญหาเรื่องการพิจารณาคดีลับหลังที่มีการทักท้วงกัน ศาลยุติธรรมก็ได้เสนอบัญญัติถ้อยคำเพิ่มในชั้นกรรมาธิการ ที่เพิ่มขั้นตอนให้ศาลออกหมายจับ หากภายใน 3 เดือน จำเลยไม่แสดงตน ก็สามารถดำเนินการลับหลังได้ ส่วนที่ศาลยุติธรรมยังสงวนความเห็นในเรื่องนี้ในชั้นการพิจารณา ก็เป็นความเห็นของศาลยุติธรรม แต่เมื่อผ่านการเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แล้ว ศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง

นายมีชัย ยังอธิบายถึงหลักการให้มีผลย้อนหลังว่า ไม่ได้มีผลย้อนหลังไปทำให้กระบวนการที่ทำมาแล้วเปลี่ยนแปลงไป ส่วนอะไรที่จะดำเนินการไปข้างหน้า ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายใหม่ แต่คดีที่ยังไม่ได้ดำเนินการฟ้อง ก็ต้องฟ้องตามกฎหมายใหม่

สำหรับการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ ประธาน กรธ. เปิดเผยว่า ได้มีการคุยกันกับกรรมาธิการในสัดส่วนของ กรธ. และ สนช. ด้วย ถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเป็นการประสานให้เข้าใจให้ตรงกัน ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน ส่วนเนื้อหาที่มีการกำหนดโทษหากกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้น หรือระบบไพรมารี่โหวตไม่ครบขั้นตอนหรือมีการทุจริต ที่สามารถให้สมาชิกพรรคแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีได้นั้น ก็เป็นเรื่องปกติ แต่การดำเนินคดีจะไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง และหากผู้สมัครคนดังกล่าวได้รับเลือกตั้งแล้วสุดท้ายมีคำตัดสินว่ากระทำผิดกระบวนการไพรมารี่โหวต ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะถือว่าบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติ ที่ไม่ได้ผ่านระบบไพรมารี่โหวตมา แต่จะไม่กระทบกับการคำนวณคะแนนเสียงเพื่อหาสัดส่วนที่นั่ง ส.ส.ของพรรคการเมือง เนื่องจากการทุจริตระบบไพรมารี่โหวต ไม่ได้เป็นการทุจริตการเลือกตั้งทั่วไป ดังนั้นคะแนนเสียงที่ได้มาแล้วจะไม่หายไป แม้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

นายมีชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. โดยทราบว่าทางรัฐบาลจะรอกระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมก่อน ซึ่งต้องรอดูว่าศาลจะรับคำร้องหรือไม่ แต่โดยปกติแล้วนายกรัฐมนตรีต้องรอไว้ 5 วัน ก่อนขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม แต่ปัญหาตอนนี้คือคำร้องที่ส่งไปเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอเวลาเกิน 5 วัน เพื่อรอความชัดเจน ซึ่งอาจต้องใช้เวลา แต่ศาลรัฐธรรมนูญคงจะรู้ถึงความเร่งด่วน

Share Button

“มีชัย” ยันกม.อาญานักการเมือง เน้นให้ประโยชน์ อุทธรณ์ได้ ย้ำ โทษไพรมารี่โหวตไม่มียุบพรรคแน่นอน

5-18

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าว่าเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ที่มีโทษย้อนหลังนั้นขัดต่อเจตนาของกฎหมายว่าตนไม่เห็นว่าขัด ในเนื้อหาของ พ.ร.บ.ฯไม่ได้มีการย้อนหลังเรื่องการลงโทษโทษ สิ่งที่ระบุว่าย้อนหลังได้คือเรื่องที่เป็นประโยชน์คือการให้สิทธิกับคนที่กำลังถูกดำเนินคดีสามารถอุทธรณ์ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการย้อนหลังที่เป็นประโยชน์ เพราะให้สิทธิกับเขา คดีใดที่ดำเนินอยู่แล้วก็เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนที่จะเดินหน้าต่อไปใหม่ก็ให้ตามกฎหมายใหม่

นายมีชัยกล่าวต่อถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองในเรื่องของการทำไพรมารี่โหวตว่าจะไม่มีโทษยุบพรรคการเมืองอย่างแน่นอน จะมีการลงโทษแค่ปรับ จำคุกนิดหน่อยประมาณ 3 เดือน และจะตัดสิทธิทางการเมืองเป็นหลักเพื่อที่เขาจะได้ไม่ไปโกงกันเอง และทำให้กระบวนการของพรรคการเมืองเสียหาย โดยใครก็ตามที่พบเห็นการทำความผิดของสมาชิกพรรคการเมือง เขาก็สามารถแจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ทางพรรคการเมืองจะต้องออกกลไกด้วยตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งในการทำไพรมารี่โหวต โดยที่ กรธ.จะไม่เข้าไปยุ่งในเรื่องนี้

Share Button

“อลงกรณ์”เชื่อ อพท.มีบทบาทสำคัญจะช่วยการปฏิรูปสำเร็จ เน้น ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

S__16359507

ที่โรงแรม The Okura Prestige กรุงเทพฯ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง บรรยายพิเศษ ให้กับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ในการประชุมประจำปีอพท. ภายใต้หัวข้อ การท่องเที่ยวไทยยั่งยืนหรือยับเยิน โดยกล่าวว่า ประเทศไทยยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคิด แม้เราจะเจออุปสรรคปัญหาภายในประเทศแต่ประเทศไทยก็ก้าวพ้นวิกฤติต่างๆ มาได้ และได้รับการจัดอันดับดีขึ้นจากหลายสถาบัน นั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเข้มแข็งและแข็งแรงขึ้น ก้าวเดินต่อไปจากนี้คือ การยกระดับเพดานบินของประเทศใหม่ ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์กลไกของประเทศใหม่ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ภายใต้แผนที่การบินใหม่คือ พ.ร.บ.แผนและยุทธศาสตร์ชาติ และพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ที่จะเป็นการแก้ปัญหาของประเทศอย่างยั่งยืน
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ภายใต้แผนที่การบินใหม่ เราจะเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและศักยภาพที่เรามีในทุกๆ ด้าน ใช้จุดเด่นด้าน area based ซึ่งทางสปท. และรัฐบาลได้วางกลไกไว้แล้ว เพื่อให้ภาคเอกชน ภาคประชาชน ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ซึ่งตรงกับการดำเนินงานของอพท. ที่มุ่งเน้นพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้การเดินหน้าปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ อพท. เองย่อมมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิรูปประเทศสำเร็จ ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโมเดลใหม่ของประเทศ และขอเป็นกำลังใจให้อพท. ประสบความสำเร็จ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป

Share Button

สปท.เตรียมพิจารณาข้อเสนอปฏิรูปตำรวจ4 ข้อ

S__16375996

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงว่าในการประชุม สปท.วันที่ 18 ก.ค. จะมีการพิจารณารายงานการปฏิรูปของ กมธ.สปท.ด้านกฎหมายและกระวนการยุติธรรมเรื่องระบบงบประมาณตำรวจ โดย รายงานดังกล่าวมีข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจ 4 ข้อ คือ 1.เสนอให้ดำเนินการวิเคราะห์ทบทวนยุทธวิธีตำรวจ ระบบงานและการจัดกำลังใหม่ทั้งหมดกับทุกหน่วยงานตำรวจ 2. วิเคราะห์จำนวนกำลังพลที่ถูกต้องเหมาะสม 3.กำหนดเกณฑ์การวิเคราะห์ การใช้เครื่องมือ และการใช้งบประมาณให้เหมาะสมกับตำรวจในแต่ละหน่วยงานและ 4.จัดสรรงบประมาณค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาให้ครบถ้วนตามคดีที่เกิดขึ้นจริง และปรับค่าตอบแทน เงินเดือนให้เหมาะสมกับความเหน็ดเหนื่อยและความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละหน่วยงาน
นอกจากนี้จะมีการพิจารณารายงานของ กมธ.สปท.ด้านกฎหมายฯเรื่องการใช้ระบบบันทึกภาพและเสียงในชั้นศาล ซึ่งสาระสำคัญของรายงานนั้นเสนอให้มีการบันทึกภาพและเสียงในชั้นศาลยุติธรรมและศาลทหารเพื่อให้สามารถรวบรวมข้อเท็จจริงและสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดีได้ตามความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยและจะสร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในการพิจารณาคดีมากขึ้น

Share Button

“อลงกรณ์” ขอบคุณ “กกต.” “กรธ.” และ “สนช.” สนับสนุนระบบไพรมารี่ เสนอนายทะเบียนพรรคการเมืองรับผิดชอบ ฝากการบ้านพรรคการเมืองเลือกหัวหน้าพรรคแบบเปิดกว้าง มั่นใจได้คนดีคนเก่ง

576390

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง กล่าววันนี้ (5ก.ค.) ว่า ระบบไพรมารี่เป็นหนึ่งในวิธีการปฏิรูประบบพรรคการเมืองตามแผนปฏิรูปการเมืองเพื่อสร้างความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมืองและยกระดับเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง ตามข้อเสนอของสปช. และสปท. จึงขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนระบบไพรมารี่ ซึ่งมั่นใจว่าหากทุกพรรคการเมืองมุ่งมั่นที่จะปฏิรูป โดยนำระบบไพรมารี่ไปใช้กับการเลือกตั้งขั้นต้น ผู้สมัครส.ส.ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าจะเป็นการพลิกโฉมหน้าการเมืองไทยและพัฒนาประชาธิปไตยแบบผู้แทน (representative democracy) ที่ใช้มา 85 ปี สู่ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (participatory democracy)มหรือประชาธิปไตย 4.0 ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และกกต. ที่วางหลักการสำคัญคือการมีส่วนร่วมของสมาขิกพรรคการเมือง ในการคัดเลือกผู้สมัครส.ส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง แม้จะเป็นการยากในช่วงแรกเพราะมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากแบบกลับหัวกลับหาง เสมือนสลับเอาฐานพีรามิดขึ้นไปไว้ข้างบนแทนยอดพีรามิดที่รวมศูนย์อำนาจมานาน แต่ขอให้เข้าใจว่าจำเป็นต้องใช้ยาแรงเพื่อปฏิรูประบบพรรคการเมืองให้สำเร็จ และขอเสนอให้กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองรับผิดชอบและสนับสนุนงบประมาณระบบไพรมารี่ ตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. มีความเห็นก่อนหน้านี้

ยิ่งกว่านั่นพรรคการเมืองควรใช้โอกาสในระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี่ เปิดเวทีให้สมาชิกพรรคนำเสนอนโยบายเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายของพรรคตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูป และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันพร้อมกับฝากการบ้านถึงพรรคการเมืองให้พิจารณานำระบบไพรมารี่ไปใช้กับการเลือกตั้งขั้นต้นหัวหน้าพรรคด้วย จะทำให้ได้คนดีคนมีความรู้ความสามารถเพราะระบบไพรมารี่เป็นระบบเปิดกว้างโปร่งใสสร้างการมีส่วนร่วมอย่างเสมอภาค

Share Button

นับถอยหลังประชุม 5 นัด สุดท้าย สปท. บิ๊กตู่ นัดรับมอบผลการทำงานพร้อมเลี้ยงขอบคุณ

S__16211996

นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงภายหลังการประชุมวิป สปท.ว่า สปท. จะทำหน้าที่จนถึงวันสุดท้ายคือวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยจะเหลือการประชุมอีก 5 นัด คือ วันที่ 11, 17,18 , 24, 25 ก.ค.นี้ จากนั้นในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินทางมาเพื่อแสดงความขอบคุณ สมาชิก สปท. ที่ได้ดำเนินการศึกษาและเสนอแนะแนวทางการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนตามเจตนารมณ์ในการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และในวันดังกล่าวจะมีการรับมอบผลการศึกษาและข้อเสนอแนะในการปฏิรูปด้านต่างๆ โดยจะมีผู้ร่วมเข้าร่วมงานทั้ง คสช. ครม. สนช. สปท. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) และ ที่ปรึกษา อดีตประธาน และ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 900 คน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรองให้ผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจำนวนสมาชิก สปท. ที่ลาออกหรือ ถึงแก่อนิจกรรม มีทั้งหมด 26 คนส่งผลให้ จำนวนสมาชิก สปท. 200 คนเหลือ 174 คน

Share Button

สปท.ผ่านแผนคุมสื่อออนไลน์ เพื่อลดความรุนแรงทางสังคมเสนอ2 แนวทางปฏิรูป จัดระเบียบลงทะเบียนซิมการ์ดมือถือแสกนหน้า-นิ้วมือ พร้อมตั้งศูนย์จัดเก็บข้อมูล ใช้มาตรการภาษีคุมเข้ม พร้อม วางโทษออนไลน์ต่างชาติ ที่เป็นภัยกับเด็ก-เยาวชนไทย ด้านสมาชิกห่วงกระทบสิทธิมนุษยชน ศูนย์ควานหาเจ้าของมือถือเข้าข่ายขี่ช้างจับตั๊กแตน

7jj9986bf7e7ae656bada

ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท) ได้พิจารณารายงานเรื่องผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย โดยพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน นำเสนอรายงานตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าสื่อออนไลน์เป็นสื่อที่ให้ข้อมูลข่าวสารไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วจนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย แต่กลับมีการใช้ที่ไม่เหมาะสม ผู้ใช้สื่อขาดความรู้เท่าทัน ขาดความรู้และความเข้าใจในการใช้สิทธิเสรีภาพการสื่อสารบน พื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม หรือขาดมาตรฐานจริยธรรมในการใช้สื่อออนไลน์ ขาดประสิทธิภาพในการกำกับดูแลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง จนส่งผลกระทบต่อสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และสถาบันหลักของประเทศ
จากนั้นพล.ต.ต.พสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานฯ กล่าวว่า สิ่งที่น่าวิตกในปัจจุบันคือ สื่อกระแสหลักได้นำสื่อออนไลน์มาใช้แข่งขันในการนำเสนอข่าว จนลืมนึกถึงการกำหนดวาระทางสังคม ที่ผ่านมาทำให้ฆาตกรฆ่าหั่นศพ กลายเป็น เน็ตไอดอล ทางกรรมาธิการฯได้เสนอแนวทางปฏิรูป แบ่งเป็น2ระยะ 1.ระยะเร่งด่วนที่ต้องทำให้แล้วเสร็จในปี2562 อาทิ การเพิ่มมาตรการจัดระเบียบการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ ระบบเติมเงิน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย.กสทช.ควรมีมาตรการเสริมการจัดระเบียบการลงทะเบียน โทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินที่จะใช้ลายนิ้วมือ ใบหน้า ควบคู่กับการ ลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือด้วยบัตรประชาชน
นอกจากนี้ควรมีการจัดตั้งศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ รวมถึงกำหนดให้ระบบจัดเก็บข้อมูลของบริการ CDN (Content Delivery Network) และ Caching Server ของสื่อออนไลน์ต่างประเทศที่ติดตั้งในประเทศต้องขึ้นทะเบียนการให้บริการกับ กสทช. และต้องกำหนดให้จัดเก็บ log เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนทางคดี โดย กสทช.ประสานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมทั้งการเร่งรัดให้ใช้มาตรการทางภาษีกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ต่างประเทศโดยเร็ว เพื่อใช้ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการการเก็บภาษีผู้บริโภค กับการใช้โฆษณาหรือการซื้อขายผ่านสื่อออนไลน์ให้เป็นจริง โดยกรมสรรพากรเป็นเจ้าภาพหลัก
2.สำหรับแนวทางปฏิรูปในระยะยาว ที่ควรดำเนินการให้สอดคล้องกับช่วงเวลาของแผนยุทธศาสตร์ ชาติ 20 ปี อาทิ การเสริมสร้างปลูกจิตสำนึกที่ดีมีจริยธรรมในการใช้สื่อออนไลน์ การให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี การสร้างภูมิคุ้มกัน และความตระหนักรู้ รวมถึงการใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรร่วมกับสตช. โดยบก.ปอท. ในการพิจารณาหามาตรการการลงโทษปรับเจ้าของสื่อออนไลน์ต่างประเทศ ที่ได้ปล่อยให้มีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดด้วยความรุนแรง หรือปล่อยให้มีการเผยแพร่เนื้อหาที่มีลักษณะชักชวนหรือโน้มน้าวให้นำไปสู่การกระทำที่รุนแรง หวาดกลัวอย่างมากกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อให้เจ้าของสื่อออนไลน์ต่างประเทศ เช่น เฟสบุ๊ค ยูทูป มีส่วนร่วมรับผิดชอบในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ทำให้เกิดการแพร่หลายของเนื้อหาดังกล่าว
ทั้งนี้สมาชิกสปท.ส่วนใหญ่ได้อภิปรายสนับสนุนรายงานดังกล่าว แต่ได้ตั้งข้อสังเกตอาจมีบางมาตรการที่ไปกระทบต่อสิทธิมนุษยชน โดยนายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสปท. กล่าวว่า เวลานี้มีการก่ออาชญากรรมในโลกออนไลน์อยู่ทั่วไป ซึ่งเรียกได้ว่ามีผู้ร้ายทั้งในและนอกประเทศโดยดำเนินการผ่านสื่อออนไลน์ แต่ปัญหาของไทย คือ ไม่มีระบบปฏิบัติการหรือเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเอง การที่ไทยจะไปเจรจากับบริษัทกูเกิ้ลหรือแอปเปิ้ล ต้องยอมรับเป็นไปได้ลำบากเพราะอำนาจต่อรองของประเทศไทยไม่่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขา ดังนั้น เราต้องสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างความร่วมมือให้มากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือจากเอกชน เพราะถ้าให้หน่วยงานรัฐดำเนินการฝ่ายเดียว มันจะเหมือนกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน จึงอยากให้ทบทวนทั้งหมด เพราะรายงานจับไม่ได้ว่าหัวใจของเรื่องที่จะแก้ไขปัญหาการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างไร
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสปท. กล่าวว่า การที่คณะกรรมาธิการฯเสนอให้ประชาชนต้องสแกนลายนิ้วมือและใบหน้าในระหว่างการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่เหมือนกับการทำหนังสือเดินทาง ส่วนตัวไม่แน่ใจว่ามีประเทศใดใช้แนวทางนี้อยู่บ้าง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแนวความคิดที่ต้องการแก้ไขปัญหาในพื้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หากนำมาตรการนี้มาบังคับใช้ทั้งประเทศ จะเป็นการดำเนินการเกินสมควรหรือไม่ และจะขัดต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่อย่างไร และการตั้งศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อดูว่าใครป็นเจ้าของบ้าง คิดว่าเป็นข้อเสนอที่อาจเหมือนการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะปัจจุบันผู้ให้บริหารได้มีการให้ผู้ใช้ทำการลงทะเบียนและมีการควบคุมผู้ใช้อยู่แล้ว หากให้กสทช.มาตั้งศูนย์ขึ้นมาอีก จะต้องใช้คนและเครื่องมือจำนวนมาก และสิ้นเปลือง ซับซ้อน จนทำให้ไม่แน่ใจว่าจะเกิดประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่
ด้าน พล.ต.ต.พิสิษฐ์ ชี้แจงว่า วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ คือ การแสดงตัวตนของผู้ใช้โทรศัพท์ให้เป็นข้อมูลไว้ โดยไม่ได้ให้เป็นข้อมูลสาธารณะที่จะทำให้บุคคลก็ได้เข้ามาตรวจสอบ แต่เป็นการเสนอให้กสทช.ต้องกำหนดให้มีการลงทะเบียนทั้งซิมการ์ดและหมายเลขเครื่องในโทรศัพท์ เพื่อให้มีการควบคุมเท่านั้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมสปท.มีมติ 144 ต่อ 1 คะแนนเห็นชอบกับรายงานฉบับดังกล่าว และจะส่งรายงานฉบับนี้ไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป

Share Button